''แอน-สิเรียม'' สะอื้นไห้ เปิดใจรู้สึกแย่ ที่ต้องแยกทางกับสามีอารมณ์ติสต์ ราจิต แสงชูโต เพราะความคิดที่แตกต่าง ยันแยกทางกันด้วยดีมากว่า 1 เดือนแล้ว ย้ำไม่มีการหย่าเพราะไม่ได้จดทะเบียนกันตั้งแต่แรกแล้ว ทุกวันนี้หอบผ้ามาอยู่บ้านแม่กับลูกสาว เผย ''น้องนนนี่'' บอกเรื่องรักร้าวคราวนี้ให้ ''บิลลี่'' สามีคนแรกรับรู้แล้ว ลั่นพอกันทีเรื่องชีวิตแต่งงาน ดักทางหมอดูไม่ต้องทำนายเรื่องความรักให้อีกแล้ว ด้าน ''ราจิต'' เปิดใจสั้นๆ ไม่เคยอยากเลิกกับพิธีกรสาว พยายามยื้อชีวิตคู่มานานแล้วแต่ไม่เป็นผล ยันไม่มีเรื่องมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่รู้ว่า ''สิเรียม'' จะออกมาแจงกับสื่อ
แต่งงานกับ ราจิต แสงชูโต ผู้กำกับโฆษณาเจ้าของบริษัทมาโชว์แมงโก้ ซึ่งเป็นบริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ชื่อดังไปเมื่อเดือน ก.ย. 2548 ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลอย่างโรแมนติก ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ''น้องนนนี่'' ลูกสาวที่เกิดกับ บิลลี่ โอแกน ร่วมเป็นพยานรัก ก่อนมีข่าวระหองระแหงถึงขั้นมีแนวโน้มเลิกรากันหลายครั้ง ในที่สุดชีวิตแต่งงานหนที่ 2 ของ ''แอน'' สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ อดีตนางเอกและพิธีกรสาวชื่อดังก็ถึงทางตันอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่า ''แอน-สิเรียม'' ได้หย่ากับราจิตแล้วเป็นที่เรียบร้อย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม่ายยังสวยได้ออกมาเปิดใจกับผู้สื่อข่าวอย่างหมดเปลือก ถึงสาเหตุที่ทำให้ชีวิตการแต่งงานหนที่ 2 ต้องพังพาบไม่เป็นท่าอีกครั้ง ระหว่างที่มีคิวบันทึกเทปรายการ ''ชิงช้าสวรรค์'' ที่สตูดิโอเวิร์คพอยท์ ย่านรังสิต ทันทีที่มาถึงห้องที่จัดไว้ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวสังเกตพบว่า พิธีกรสาวมีรอยช้ำรอบดวงตาทั้งสองข้าง ที่เกิดจากการร้องไห้เสียใจที่ผิดหวังในความรักครั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่ต้องแยกทางกับราจิต ที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากว่า 5 ปีแล้ว พิธีกรสาวกล่าวว่า เป็นเพราะความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แม้จะปรับความใจกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นผล
ทั้งนี้ ''สิเรียม'' กล่าวย้ำด้วยว่า ตนกับราจิตนั้นไม่ได้มีการไปจดทะเบียนหย่ากันแต่อย่างไร เพราะตนกับราจิตนั้นเข้าประตูวิวาห์โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมาตั้งแต่แรกแล้ว
''สาเหตุที่เลิกกันเพราะความคิดที่แตกต่างกัน ทิศทางในชีวิตต่างกัน ก่อนที่จะเลิกกันนั้น เรามีการปรับความเข้าใจกันก่อนเพราะเราเป็นสามีภรรยากัน ก็ต้องปรับความเข้าใจกัน เพื่อให้ชีวิตครอบครัวไปรอดตลอดฝั่ง แต่คือแนวทางชีวิตของเราสองคนมันค่อนข้างแตกต่างกัน ในตอนแรกเราก็พยามที่จะทำความเข้าใจมาโดยตลอดแต่มันก็ปรับได้ไม่ตรงกัน ใช้ความพยายามมากถึง 1 ปี''
ต่อข้อซักถามว่า หลายคนมองว่า ''ราจิต'' เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง เพราะเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้ต้องเลิกรากัน พิธีกรสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ อ้ำอึ้งครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่อยากโทษใคร เมื่อความรักต้องถึงทางตันแล้ว
''ไม่ใช่อย่างนั้น แอนคิดว่าคนที่มีโลกส่วนตัวนั้นไม่ถือเป็นเรื่องที่ผิด กับเรื่องนี้แอนไม่อยากโทษใครเพราะเราเลือกกันเอง ฉันเลือกเธอ เธอเลือกฉัน แต่ถ้าเลือกแล้วมันไม่สามารถทำให้ชีวิตเราผ่านไปได้ด้วยดีก็แยกทางกันน่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า''
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกแย่กับเรื่องนี้มากไหม พิธีกรสาวยอมรับว่ารู้สึกแย่มาก เพราะในสังคมไทย เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงมักโดนจับตามองมากกว่าฝ่ายชาย
''ก็แย่นะเราก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ยิ่งเป็นสังคมไทยด้วยแล้ว ผู้หญิงมักจะโดนจับตามองมากกว่าผู้ชาย แล้วด้วยหน้าที่การงานแล้ว แอนต้องเป็นคนที่ออกมาพบสื่อออกมาพูด เพราะเราทำงานวงการนี้ และจิตเองเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่มาอธิบายต่อสื่อ'' ต่อข้อซักถามว่า ปัจจุบันยังได้พูดคุยกับ ''ราจิต'' อยู่บ้างหรือเปล่าหรือเลิกคุยกันไปเลย พิธีกรสาวกล่าวว่า ตนกับอดีตสามีแยกทางกันด้วยดี ไม่มีเรื่องบาดหมางใจกันมากว่า 1 เดือนแล้ว และก็มีพูดคุยกันบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก จะพูดกันแค่เรื่องที่จำเป็นเท่านั้น ''จนมาถึงวันนี้แอนกับเขาเราแยกทางกันด้วยดีมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว ก็พูดคุยกันบ้างไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็พูดเฉพาะเรื่องที่จำเป็นค่ะ''
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เพราะไม่มีลูกกับราจิตหรือเปล่าทำให้ไม่มีอะไรเชื่อมความรักให้เหนียวแน่นมากกว่านี้ พิธีกรสาวกล่าวว่า คำถามนี้ตอบยาก ก่อนสะอื้นไห้น้ำตาซึม จนทีมงานต้องส่งกระดาษทิชชู่ให้ซับน้ำตา และกล่าวต่อไปว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ตนคบกับราจิตนั้น เป็นความทรงจำที่ดี แต่เมื่อเดินไปด้วยกันไม่ได้ก็ต้องแยกทางกัน ซึ่งถือว่าเป็นการดีที่สุด
''ไม่รู้เหมือนกันมันพูดยากนะ ตอบไม่ได้ ไม่มีก็ดีแล้ว สำหรับแอน 5 ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมามันก็มีสิ่งดีๆ มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันมาโดยตลอด แต่ในเมื่อชีวิตเราเดินไปด้วยกันไม่ได้ก็คิดว่าแยกกันเป็นทางที่ดีที่สุด ก็คิดว่าทำใจได้แล้ว มันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับเพราะมันคือความจริง เราต้องยอมรับ''
ส่วนชีวิตทุกวันนี้ ''สิเรียม'' กล่าวว่า ตนกับ ''น้องนนนี่'' ด.ญ.นนลนีย์ โอแกน ลูกสาวที่เกิดกับ ''บิลลี่ โอแกน'' สามีคนแรก กลับมาอยู่ที่บ้านเดิมกับมารดาและยาย โดยพยายามทำใจไม่ให้อ่อนแอ เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาวที่ปัจจุบันนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แล้ว เล่นอินเทอร์เน็ตได้ทำให้รับรู้ข่าวสารเยอะ
''ตอนนี้ก็อยู่กับนนนี่ กลับมาอยู่ที่บ้านเดิม ก็มีคุณแม่มีคุณยาย แต่ตอนนี้คุณยายป่วย คุณแม่ต้องไปดูแล นนนี่ก็เลยเป็นที่พึ่งทางจิตใจที่สำคัญ ในวันแรกที่ออกมากับลูกนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องเศร้า แต่เราจะอ่อนแอมากไม่ได้ เพราะเรามีลูกซึ่งในตอนนี้เราก็คือผู้นำครอบครัว เราต้องทำใจให้ได้ เพราะจะได้ไม่ทำให้คนรอบข้างสูญเสียกำลังใจ เพราะตอนนี้แคร์ความรู้สึกของลูกมากกว่าว่าเขาจะเข้มแข็งมากน้อยแค่ไหน เพราะตอนนี้เขาอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1 แล้ว ก็อ่านหนังสือออกเล่นอินเทอร์เน็ตได้ ทำให้เขาได้รับรู้ข่าวสารเยอะ แล้วพอดีเขาย้ายโรงเรียนด้วย เกิดมีคนมาถามเขา ก็กลัวว่าลูกอาจรู้สึกกระทบกระเทือนทางจิตใจ จากคำพูดของคนรอบข้าง แต่ก็ยังดีที่มีงานแก้เหงา มีเพื่อนๆ ที่น่ารักโทร.มาหาตลอด''
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เสียใจมากกว่าครั้งแรกที่เลิกกับบิลลี่ไหม ''สิเรียม'' กล่าวว่า ครั้งนี้ตนยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า อาจเป็นเพราะตนโตขึ้นจากเดิม''อาจเป็นเพราะวุฒิภาวะของเราที่โตขึ้น เราเลยยอมรับความเสียใจที่เกิดขึ้นได้'' ต่อคำถามว่า ''บิลลี่'' ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นบ้างหรือยัง พิธีกรสาวกล่าวว่า บิลลี่รู้เรื่องนี้แล้ว เพราะว่า ''น้องนนนี่'' ลูกสาวเป็นคนโทรศัพท์ไปบอก ''ทราบค่ะ แต่แอนไม่ได้บอก นนนี่เป็นคนบอก เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร''
ก่อนยุติการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามพิธีกรสาวต่อว่า ล้มเหลวกับชีวิตคู่มา 2 ครั้งแล้ว จะมีครั้งต่อไปหรือไม่ คุณแม่ยังสาวกล่าวว่า
''กับการแต่งงาน 2 ครั้งก็มากไปแล้ว อาจเพราะเราไม่มีโชคทางด้านความรักก็ได้ ตอนนี้คงไม่ต้องให้หมอดูมาดูดวงว่าตัวเองไม่มีดวงเรื่องความรัก เพราะตอนนี้คิดว่าคงสามารถที่จะดูตัวเองได้แล้ว ไม่ดูใครแล้ว อยากอยู่คนเดียว ไม่แต่งงาน พอกันที'' พิธีกรสาวกล่าวในที่สุด
สำหรับชีวิตสมรสของ ''แอน-สิเรียม'' นั้น แต่งงานครั้งแรกกับ ''บิลลี่ โอแกน'' นักร้องชื่อดัง และมีลูกสาวเป็นพยานรักด้วยกันคือ ''น้องนนนี่'' ด.ญ.นนลนีย์ โอแกน เมื่อผิดหวังในความรักครั้งแรกได้เข้าวิวาห์กับ ราจิต แสงชูโต ผู้กำกับโฆษณาเจ้าของบริษัทมาโชว์แมงโก้ ซึ่งเป็นบริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ชื่อดัง ที่บ้านเจ้าพระยารามราฆพ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อเดือนก.ย. 2548
บรรยากาศในงานวิวาห์วันนั้น ''แอน-สิเรียม'' ในวัย 35 ปี พร้อมกับ ราจิต แสงชูโต วัย 34 ปี ร่วมกันจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสที่มีรูปแบบงานแตกต่างจากงานวิวาห์ของดารา หรือคนดังอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก ''แอน-สิเรียม'' นอกจากไม่ได้สวมชุดวิวาห์ยาวกรุยกราย หรือชุดไทยเหมือนที่เห็นกันทั่วไปแล้ว กลับสวมชุดกระโปรงสั้นสีส้มอมน้ำตาล ส่วนเจ้าบ่าวสวมสูทลำลองลายสกอตต์สีฟ้า โดยทั้งคู่จัดงานด้วยคอนเซปต์เน้นบรรยากาศปาร์ตี้ริมทะเลสบายๆ
รอบงานประดับประดาด้วยโคมไฟ เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง เชิญบุคคลในวงการบันเทิงและวงการโฆษณามาร่วมงานนับร้อยคน ซึ่งมีบุคคลในแวดวงบันเทิงมาร่วมยินดีกันคับคั่ง อาทิ อรพรรณ วัชรพล เจ้าของบริษัท โพลีพลัส จำกัด, รุ้งทอง ร่วมทอง ที่มาพร้อมครอบครัว กนกรส พงศทัต, ''เอ'' อัญชลี หัสดีวิจิตร ที่มาพร้อมแฟนหนุ่ม
จากนั้นทั้งคู่มีข่าวระหองระแหงถึงขั้นมีแนวโน้มเลิกรากันหลายครั้ง จนในที่สุด ชีวิตแต่งงานหนที่ 2 ของ ''แอน'' สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ อดีตนางเอก และพิธีกรสาวชื่อดัง ก็ต้องปิดฉากลง ด้าน ราจิต แสงชูโต กล่าวถึงความรักกับ ''สิเรียม'' ที่ต้องมาถึงทางตันสั้นๆ ว่า เป็นสิ่งที่ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ยอมรับว่าเวลานี้ตนกับสิเรียม ได้แยกกันอยู่มาประมาณ 1 เดือนแล้ว สาเหตุเกิดจากการที่ไม่มีเวลาให้กัน เพราะมีงานยุ่งทั้งสองฝ่าย ตลอดระยะเวลาที่มีปัญหาระหองระแหงกันนั้น ตนก็พยายามปรับความเข้าใจและยื้อเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ในที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้ พร้อมกันนี้ หนุ่มเจ้าของบริษัทโฆษณายืนยันด้วยว่า การที่ตนแยกทางกับ ''สิเรียม'' นั้น ไม่มีปัญหาเรื่องของมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
ข่าวจาก : สยามดารา
ดาราที่เกี่ยวข้อง แอน ร่ำไห้รับชีวิตคู่พังหน2 ...
ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แอน ร่ำไห้รับชีวิตคู่พังหน2
Gossip
วันที่: 18 พ.ย. 2551 09:20:00


