"แตงโม" งงไฮโซสาวใหญ่อ้างเป็นแม่ทวงสิทธิ์เลี้ยงดู เผยยังไม่ทราบใช่ตัวจริงหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีการคุยกันเรื่องนี้ในครอบครัว ลั่นขอใช้เวลาคิดและปรึกษาพ่อก่อนให้สัมภาษณ์สื่อ บ่ายเบี่ยงตอบสัมพันธ์แม่ดีหรือไม่ บอกได้เจอและได้คุยกันปกติ ปัดแม่อยู่อเมริกายันอยู่แถวลาดพร้าวนี่เอง
เปิดเผยเรื่องชีวิตครอบครัวมานานแล้วว่าครอบครัวแตกแยก คุณพ่อกับคุณแม่ได้แยกทางกัน และนางเอกสาวแตงโม-ภัทรธิดา ก็ถูกคุณพ่อโสภณเลี้ยงดู และเธอก็อยู่กับคุณพ่อเพียงลำพังสองต่อสองมาโดยตลอด กระทั่งล่าสุดมีข่าวซุบซิบลงในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่งว่า ไฮโซสาวนามว่าพนิดา ศิริยุทธโยธิน ซึ่งเป็นภริยาของท่านทูตไทยในสวิสเซอร์แลนด์ ได้มาทวงสิทธิ์ความเป็นแม่ของแตงโม อยากจะขอเลี้ยงดูเธอและเร็วๆ นี้จะมีการแถลงข่าวผ่านสื่อให้ทุกคนได้รับทราบความจริง วานนี้ (29 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอหน้าแตงโมในงาน "Summer Oversize Fashion Runway" ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เซ็นเตอร์ พัทยา จึงตรงเข้าสอบถาม เจ้าตัวได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ฟังว่า
"ในเรื่องของคุณแม่เป็นเรื่องที่ภายในครอบครัวของโม ก็ยังไม่ได้มีการเจรจากัน ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้กันเลย ดังนั้นโมเลยขออนุญาติที่จะใช้เวลาในการสรุปเรื่องนี้ หาข้อมูลเรื่องนี้แล้วก็ขอใช้เวลากับมันให้นานกว่านี้หน่อย เพราะมันเป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญมากๆ คือเรื่องครอบครัว เรื่องคุณแม่ ตอนนี้โมยังไม่มีข้อมูลอะไรที่จะมาให้สัมภาษณ์ได้เลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ครอบครัวโมก็ค่อนข้างแปลกใจ ที่มีข่าวแบบนี้ลงหนังสือพิมพ์ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กันเลย (ข้อมูลที่ว่าคืออะไร?) โมงงค่ะ คือข่าวนี้ลงหนังสือพิมพ์โดยที่บ้านโมยังไม่มีเรื่องนี้เลย ตัวโมเอง คุณพ่อเองและคนในครอบครัวเองยังไม่เคยมีใครคุยเรื่องนี้กันเลย โมก็ไม่เข้าใจว่าลงหนังสือพิมพ์เนี่ยที่มามาจากไหน สาเหตุมาจากไหน ต้นสายปลายเหตุเป็นยังไงโมไม่ทราบเลย"
"ครั้งแรกที่ได้ยินข่าวนี้โมรู้สึกงงเฉยๆ เพราะโดยธรรมชาติแล้วเรื่องบางเรื่องควรจะมีเหตุ ควรจะมีมูลก่อนที่หนังสือพิมพ์จะลง แต่อันนี้คือบ้านเรายังไม่มีการคุยเรื่องนี้กันเลย โมเลยไม่ทราบว่าที่มาที่ไปเป็นยังไง แล้วโมเองก็ยังไม่ได้ถามหรือปรึกษา แสดงความรู้สึกหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ คนในครอบครัวก็ยังไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้จนถึงวันนี้ อาจจะมีแค่สงสัยกันเฉยๆ แต่ยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน ทุกวันนี้เรายังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ เราแค่แปลกใจว่าข่าวมายังไง คือมันต้องใช้เวลาที่จะคุยเรื่องพวกนี้ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเซ้นซิทีฟมากๆ"
"ตอนนี้โมขอหาข้อมูลก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ยังไม่ทราบเลยว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า โมยังไม่รู้ว่าใช่คุณแม่จริงหรือเปล่า โมไม่ทราบอะไรเลย แล้วตอนนี้โมก็ยังไม่ได้จัดแจงจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย โมยังชิลอยู่จนถึงตอนนี้ (ถามคุณพ่อมั้ยว่าใช่คุณแม่หรือเปล่า?) เรายังไม่มีการุคุยเรื่องนี้กันเลย (จะโทรศัพท์ไปถามหรือติดต่อแม่เอง?) โมขออนุญาติตอบทีเดียวดีกว่า เพราะถ้าโมพูดอะไรไปวันนี้ มันอาจจะมีผลหรือไม่มีผล โมขอปลอดภัยไว้ก่อนด้วยการขอเวลา เพื่อสักวันหนึ่งโมจะออกมาพูดทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นขออนุญาติพี่ๆ รบกวนรอสักพักไม่นานเกินควร ถามเรื่องคุณแม่อะไรตอนนี้โมยังไม่ข้อมูลจะตอบจริงๆ"
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าที่ผ่านมาได้มีโอกาสพูดคุยหรือเจอหน้าคุณแม่บ้างหรือไม่ นางเอกสาวเผยว่า
"เราเจอกันเป็นปกติอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามปกติเหมือนที่ครอบครัวคนอื่นเป็นกัน คือเราไม่มีเรื่องนี้คุยกันในครอบครัว โมถึงได้งงว่าทำไมหนังสือพิมพ์ถึงลงอย่างนั้น (มีข่าวคุณแม่อยู่อเมริกา?) ไม่มีค่ะ (หัวเราะ) คุณแม่ไม่ได้อยู่อเมริกา คุณแม่อยู่ลาดพร้าวค่ะ ส่วนคุณแม่จะทำอะไรนั้น โมขออนุญาติพูดทีเดียวดีกว่า (ความสัมพันธ์กับแม่เป็นยังไง?) ทุกวันนี้ครอบครัวโมก็ยังดำเนินชีวิตไปตามปกติเหมือนทุกๆ วันที่ดำเนินมา มันยังไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้เราต้องคิด หรือมีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องขึ้นมาเลย คือตอนนี้หนังสือพิมพ์รู้ข้อมูลบางอย่างก่อนที่ตัวโมและครอบครัวโมจะรู้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าโมยังไม่ทราบเลย"
ตอบบ่ายเบี่ยงเหมือนไม่ค่อยผูกพันกับแม่? "เดี๋ยวโมขอตอบทีเดียวดีกว่า โมขอคุยกันทั้งครอบครัว เพราะหลายๆ อย่างต้องขึ้นกับคนหลายๆ คน ถ้าวันไหนโมพร้อมแล้ว โมสัญญาว่าโมต้องพูดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรโมพร้อมเปิดใจอยู่แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่อธิบายไปทุกคนก็เข้าใจตรงกับเรา ตรงกับความเป็นจริงในครอบครัวเราที่ดำเนินไป ถามว่าอีกนานแค่ไหนกว่าโมจะพร้อมพูด อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ คน ตัวโมว่าคงอีกไม่นานถึงพร้อมจะจัดการเรื่องนี้"
"มันเป็นเรื่องในครอบครัวค่ะ มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ดังนั้นเราจะสื่อสารอธิบายยังไงให้คนทางบ้าน ที่อาจจะใช้ที่บ้านเราเป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตครอบครัวของเขา ฉะนั้นเรื่องนี้ขอโอกาสโมคิดนิดหนึ่ง มันเป็นเรื่องสำคัญ และจะเป็นข้อมูลที่อยู่ในใจทุกคนไปตลอด และมันจะติดตัวโมไปตลอด ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดมากๆ เพราะโมให้สัมภาษณ์อะไรไปอาจจะมีผลกระทบต่อตัวโมเองในอนาคต มีผลกระทบต่อคุณพ่อ ผลกระทบต่อคุณแม่"
"โมต้องหาทางออกให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็ขอใช้ความคิด ถ้าเกิดโมเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ทำงานในวงการ หรือไม่มีงานทำทุกวัน โมอาจจะคิดได้เร็วแล้ว แต่ด้วยความที่โมมีงานทำทุกวัน โมเลยยังไม่พร้อมเอาเรื่องนี้มาคิดภายในวันสองวัน โมขอใช้เวลาค่อยๆ คิดเพราะโมต้องทำงาน โมกลัวมีผลกระทบต่อจิตใจ มีผลกระทบต่อคนอื่นๆ ดังนั้นค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่โมสัญญาว่าสักวันหนึ่งจะออกมาอธิบายแน่นอน สักวันหนึ่งที่บ้านโมจะต้องหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาคุยกัน เพราะหลายๆ คนก็อยากทราบความเป็นมาเป็นไป อยากรู้ว่าความจริงคืออะไร ตัวโมเองก็อยากรู้ที่มาที่ไปเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ แต่ถูกตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์เนี่ยแปลว่าต้องมีคนใดคนหนึ่งต้องการไม่ให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว คนที่อยู่ในวงการเต็มตัวคือโม ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่คนอื่นในครอบครัว ดังนั้นมันมีผลกระทบต่อโมค่อนข้างเยอะเหมือนกัน มันต้องถูกหยิบมาเป็นประเด็นสักวันหนึ่ง"
ต่อข้อซักถามที่ว่าถ้าเจอหน้าคุณแม่จะถามคำถามอะไรเป็นคำถามแรก นางเอกสาวกล่าวว่าตนได้ตั้งคำถามไว้ในใจมากมาย และจะใช้วิจารณญาณตัดสินว่าระหว่างพ่อกับแม่ใครควรได้เลี้ยงดูตนต่อไป
"โมตั้งคำถามไว้เยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องใช้วิจารณญาณว่า ตัวเรารู้จักคุณพ่อรู้จักคุณแม่ดีพอมากน้อยแค่ไหน ที่เราจะตัดสินใจว่าการกระทำไหนเป็นการกระทำที่แท้จริง หรือมันคือข่าวเฉยๆ เรื่องการเลี้ยงดูเนี่ยจริงๆ ทุกคนในครอบครัวโม ให้การดูแลโมอย่างเท่าเทียมกันอยู่แล้วเป็นปกติ โมเลยงงว่าข่าวมันมาจากไหน และโมก็โตแล้วด้วย ถ้าแย่งเด็กเล็กๆ โมพอเข้าใจ โมเลยเอ๊ะ....ใครเป็นคนคิดข่าวนี้ขึ้นมา"
ดาราที่เกี่ยวข้อง แตงโม เหวอ ไฮโซสาวอ้างเป็นแม่ทวงสิทธิ์เลี้ยงดู...
ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แตงโม เหวอ ไฮโซสาวอ้างเป็นแม่ทวงสิทธิ์เลี้ยงดู
Gossip
วันที่: 30 เม.ย. 2552 10:00:32






