ปล่อยโฮทั้งคู่ แม่ยาย แฉยับ ริว สตอฯ ตัวพ่อ ลั่นจ่าย 10 ล้านไม่ยุ่ง...

ปล่อยโฮทั้งคู่ แม่ยาย แฉยับ ริว สตอฯ ตัวพ่อ ลั่นจ่าย 10 ล้านไม่ยุ่งอีก ด้านลูกเขยรับผิดก้มกราบขอขมา

           "แม่ยาย" แฉ!!! ยับบอก "ริว" ตอแหล! เผยที่ผ่านมาไม่ได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีพอ ทิ้งขว้างลูกสาว กับหลานทั้งสอง "ภีม - เภา" ก่อนหน้าพยายามเข้าใจมีลูกเขยเป็นดารา แต่สุดทนเจอด่าเมื่อวันก่อน ลั่น! จ่ายมา 10 ล้านจะเลิกยุ่ง

 

           หลังจากที่อดีตนักแสดงหนุ่มหน้าใส "ริว - อาทิตย์ ตั้งสวัสดิ์รัตน์" ออกมาเปิดเผยว่ามีครอบครัวแล้ว โดยมีเมีย 2 และลูกอีก 3 คนด้วยกัน เพราะก่อนหน้าที่จะออกมายอมรับนั้น เกิดจากมีปาปารัซซี่ตาดีไปเห็นครอบครัวของริว เข้าที่ย่านช้อปปิ้งหรู บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา เจ้าตัวเลยต้องออกมายอมรับในที่สุด โดยเปิดเผยว่าตนได้ผ่านการมีครอบครัวมาแล้วถึงสองครั้ง ครั้งแรกกับภรรยาสาว "เก๋" และมีทายาทด้วยกันสองคน คือ น้องเภา กับน้องภีม ต่อมาได้มีการหย่าขาดกัน และตนก็ได้ไปมีครอบครัวใหม่และมีลูกด้วยกันอีก 1 คน แต่อย่างไรก็ตามตนยังคงส่งเสียเลี้ยงอดีตภรรยา และลูกเป็นอย่างดีมาตลอด

 

           แต่ทุกอย่างดูจะไม่ราบรื่นเข้าซะแล้ว เมื่ออดีต "แม่ยาย" หรือ "สุภาพร อัศวกิตติเมธิน" ได้อดรนทนไม่ไหว ออกมาแฉลูกเขยยับเยิน ว่า "ตอแหล" บิดเบือนความจริง เพราะหลังจากที่เธอยอมให้ "ริว" แต่งงานกับลูกสาวด้วยความไม่เต็มใจไปแล้วนั้น กลับไม่ทำหน้าที่สามี และพ่อที่ดีเลย แม้จะส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกให้เดือนละ 3 หมื่นบาทก็ตาม แถมล่าสุด "ริว" ยังได้มีการต่อว่าด่าทอเธออีกสารพัด เธอจึงคับแค้นใจ และจะขอเรียกร้องสิทธิเป็นค่าเลี้ยงดูหลานทั้งสองคนเป็นเงินก้อนมูลค่า 10 ล้าน ซึ่งทั้งคู่ "แม่ยาย" และ "ลูกเขย" ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการ ไนน์ เอ็นเตอร์เทน ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ต่างปล่อยโฮ! ออกมาทั้งคู่ ก่อนที่ทาง "ริว" จะก้มลงกราบขอโทษอดีตแม่ยาย ในที่สุด


 
           “คือจริงๆ แล้ววันมีหลายประเด็นแต่ขอประเด็นเดียวก็คือที่คุณริวออกมาแถลงข่าวมี 2 ครอบครัวมีลูกชายสองลูกสาวหนึ่งแต่ตรงนี้จริงๆเราไม่ได้โกรธเพราะเราทราบ เราไม่ได้ทราบมาก่อนแต่หมายความว่าในเมื่อเขาจะไปภรรยาอีกครอบครัวนึง การมีครอบครัวอีกครอบครัวนึงในที่สุดก็ต้องมีลูก ตรงนี้เราไม่มายด์ แต่ที่โกรธที่สุดคือในอาทิตย์ที่ผ่านมา คือลูกเขาจะต้องเปิดเทอมซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลของเกษตร  เสร็จแล้วเราต้องการเอกสารคือทะเบียนบ้านเพราะว่ามันต้องใช้แล้วซึ่งคุณริวมาขอจากเราไปเพื่อจะทำอะไรเราไม่ทราบเพราะเขาเองก็ไม่ได้บอก ขอไปนานแล้วจนกระทั้งเราต้องการใช้เอกสาร เราก็เลยติดต่อเขาว่าวันเสาร์นี้ยังไงก็ขอเอกสารนะ เขาก็บอกว่าครับเดี๋ยวผมเตรียมไว้ให้ เสร็จแล้วพอถึงวันเสาร์เขาก็มารับลูกๆเขาสองหนุ่มไปที่ชลบุรี เขาบอกว่าเป็นน้องสาวของหลาน(ลูกริว)ทั้งสองคน ภีม กับเภา ซึ่งไม่ได้บอกเราเลย เสร็จแล้วไปเด็กกลับมา คือเภาจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างฉลาด ภีมเองก็ฉลาดแต่เขาจะไม่พูดจะเหียบเหมือนคุณแม่เขา เสร็จแล้วเภากลับบมาบอกว่าอาม่าๆๆ ปะป๊าพาไปดูน้องผู้หญิงคนนึง แล้วปะป๊าก็บอกว่าเป็นน้องของภีมกับเภานะเป็นลูกของปะป๊า เภาบอกเลยว่าไม่ใช่ เภาไม่มีน้องเภามีแต่พี่คือพี่ภีม”

 

           “แล้วขอชี้แจงตอนทีริวก็มาบอกว่ามีสองครอบครัวแล้วที่ทำงานลูกคือลูกเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติซึ่งจะมีผู้ปกครองของเด็กที่เป็นลูกศิษย์ รุ่งขึ้นเอาหนังสือพิมพ์กันมาหมด คมชัด ลึก เดลินิวส์นี่ขายดีมากในวันนั้น เอาหนังสือพิมพ์ ซื้อมาฝากเขาก็บอกว่ามิสเก๋ค่ะลูกชายน่ารักมาก แล้วก็จะต่อถึงพ่อ แต่ลูกเราก็บอกว่าคุณแม่ค่ะ คุณยายค่ะ คุณพ่อค่ะขอจบเท่านี้นะค่ะ” (เรียกว่าพอหลังจากทีริวเปิดตัวแล้วทางคุณเก๋และครับครัวได้รับผลกระทบ) “มากค่ะ มากเลยค่ะ”

 

           “เขาแต่งงานกับเก๋ประมาณ 7 ปีได้แล้ว แต่ว่าเขาก้าวเขามาในครอบครัวแม่ได้ 8 ปี ตอนนั้นเข้ามาในฐานะขอเป็นลูกชาย รู้จักกันเพราะว่าเขาเรียนม.รังสิตด้วยกันแต่คนละคณะเพราะลูกสาวคุณยายเรียนการโรงแรมเพราะแต่ก่อนครอบครัวเรามีโรงแรม แล้วริวเขาก็เรียนนิเทศฯ แต่ริวเขาจะมีเพื่อนคนนึงที่อยู่คณะเดียวกันกับลูกสาว ชื่อธัญญ์ ซึ่งขณะนี้ไปอยู่ญี่ปุ่นแล้วเขาเป็นคนชักนำให้มารู้จักกัน แล้วลูกคุณยายเขาก็เรียนดีก็จะช่วยทำรายงานอะไรต่างๆให้เขาเพราะว่าเขาไม่ค่อยมีเวลา เพราะว่าต้องทำงาน เขาอยู่วงการ ตอนนั้นเขาดังมากทั้งละคร พิธีกรหลายรายการ แล้วเขาเป็นคนน่ารัก  ต้องยอมรับว่าเขาอ่อนน้อม เขาจะเรียกว่ามะม๊า คือจะไปไหนเขาก็จะไปด้วยกันกับเราตลอด วันที่รู้จักกับริวครั้งแรกคือที่สเต๊กเฮ้าท์ที่ใกล้ๆม.รังสิต ไปกันเยอะมากไปกันทั้งกลุ่ม 10 กว่าคน ในวันนั้นเพิ่งรู้จักกันแล้วยายก็เป็นเจ้าภาพ ทุกรายการยายเป็นเจ้าภาพหมด ทางเสร็จไปต่อทอรัสก็คุณยาย ขณะนั้นยอมรับว่าเรามีสตางค์”

 

           “ในขณะนั้นรักมาก คือรักลูกแค่ไหนก็รักเขาเท่านั้น คือรักเป็นลูก ซึ่งในตอนนั้นไม่เคยทราบเลยว่าเขาไปคบกันตอนไหน คือต่อมาหลังจากเขาเรียนจบเรียบร้อยแล้วปีกว่า คุณแม่อยู่วงการธุรกิจก็จะมีลูกของเพื่อน เพื่อนเองก็อยากให้ลูกชายมาสู่ขอลูกสาวแม่ ก็มาสู่ขอ แต่พอสู่ขอปั๊บ เด็กเขาก็อาจจะคุยกันเราไม่ทราบ เราก็ทราบแต่ว่าเขามาเป็นลูกชายเรา เสร็จแล้วอีก 2 สัปดาห์เอาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหน้าบันเทิงลงเต็มหน้ามาให้ดูแล้วก็บอกว่ามะม๊าริวจะแต่งงานนะครับ มะม๊าดีใจไหม คือเราก็เป็นคนพูดเล่นชอบพูดเล่น เราก็บอกว่าใครว่ะผู้หญิงโชคร้ายคนนั้น ถามว่าทำไมพูดแบบนี้เพราะว่าเรารู้ว่าการที่ผู้หญิงคนนึงแต่งงานกับพระเอกที่กำลังดังมันเศร้า มันไม่ใช่สิ่งที่น่าดีใจเลย เพราะเราเป็นคนจีน เรารู้อยู่แล้วว่าพระเอกตั้งแต่สมัยคุณยายแล้วเมียเยอะเหลือเกิน ผ่านไปอีกไม่กี่วันต่อมาเขาก็มาบอกว่า มะม๊าเดี๋ยววันนี้ไปทานข้าวกันนะโรงแรมอะไรสักอย่างริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขาก็บอกมะม๊าผู้หญิงคนนั้นคือเก๋ (ตกใจไหม) คุณยายเป็นคนที่ไม่ค่อยตกใจอะไร เพราะเป็นคนที่เข้มแข็ง แต่วูบนั้นเสียใจข้อที่หนึ่งเลยตายห่าลูกกูซวยอีกแล้ว ซวยนะ ก็ลูกชายก็คือลูกชาย ลูกเขยก็คือลูกเขย (ทำไมริวเป็นลูกเขยแล้วถึงซวย) “ลูกเขยซวยซิคือลูกชายจะมีเมียกี่คนฉันก็ไม่สนไง แต่ลูกเขยมันมาเป็นสามีของลูกเรา”

 

           “ไม่ได้ไม่เหมาะ แต่ว่าตำแหน่งมันต่างกัน คือตอนที่เขาเข้ามาสู่ครอบครัวเรา เราก็รู้ว่าเขามีคนนั้นมีคนนี้ ทั้งตามข่าวทั้งตามเพื่อนเขา เพื่อนบ้างคนที่เรียนม.รังสิตก็หวังดี คือทุกคนจะรักคุณแม่ เพราะคุณแม่จะมีบ้านที่ชวนชื่นใครก็จะมากินมาอยู่มาไรได้ เพราะคุณแม่เป็นคนสปอร์ตตู้เย็นสามตู้เต็มทุกใบ”

 

           “หนึ่งเขาเป็นดารา ไม่ชอบ พระเอกหนังไม่ชอบ ไม่ชอบจะมาเป็นเขย แต่เป็นลูกได้ ขนาดไม่ได้มาเป็นลูกเขยไปทานข้าวกันมันยังมีสายโทรศัพท์เข้ามาไม่ขาด เอาง่ายๆคือมันอยู่กันแล้วไม่ยืดว่างั้นเหอะ แต่ที่นี้เขาก็มาบอกว่าเขาต้องการครอบครัวอบอุ่น เขาอยากมีลูกที่บ้านคุณแม่เพราะครอบครัวเขาแตก เขาโตมาด้วยครอบครัวแตก เขาว้าเหว่แล้วเขาก็มาเจอมะม๊า ตอนแต่งงานกันเสร็จเขาขออนุญาตใช้นามสกุลมะม๊า อัศว ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เพราะว่าครอบครัวคนจีนเป็นลูกเขยจะมาใช้นามสกุลฉันได้ยังไง เธอกใช้แซ่ตั้ง ตั้งสวัสรัตน์ คุณย่าเขาก็อยู่เพชรบุรีมีร้านทอง ซึ่งตอนนั้นคุณแม่ไปเขาก็รับไหว้ ไม่ใช่ว่าแต่งงานแบบท้องก่อนแต่งตามที่มีบางกระทู้พูดถึง”

 

           “กระบวนการก็คือตอนนั้นทานข้าวเสร็จเราก็กลับบ้าน คือลูกเรา (เก๋) เป็นคนไม่ค่อยพูด เราก็เรียกเรามาคุยเพราะว่าเราสนิทกัน บอกเก๋คิดดีๆนะ ถ้าหนูถามมะม๊าไม่อยากให้แต่งกับริว แต่ว่ามะม๊าอยากให้แต่งกับนักธุรกิจ เขาก็บอกว่าเก๋โตแล้ว เก๋ตัดสินใจเองได้ ถ้ามะม๊าบังคับให้เก๋แต่งงานกับคนที่เก๋ไม่ได้รักคือพ่อค้านักธุรกิจ เก๋คนต้องหนีจากแม่ไปสุดท้ายงานแต่งงานก็เลยเกิดขึ้น”

 

           ทาง "แม่ยาย" เล่าต่อว่าการแต่งงานของ "เก๋" ลูกสาว กับนาย "ริว" นั้นต้องเป็นไปแบบหลบๆ ซ่อนๆ เพราะทางต้นสังกัดของดาราหนุ่มในขณะนั้นของร้องมา

 

           “ไม่ลับ แต่เราไม่ให้ข่าวเนื่องจากเขาขอร้อง ขอร้องว่าในขณะนั้นเขามีงานเยอะมาก ลูกเราเองก็มาขอร้องเรา เราก็เลยบอกอะไรว่ะฉันมีลูกสาวคนเดียวฉันก็อยากขึ้นเวทีเป็นเจ้าภาพลูกเจาสาวซิ แล้วหนูก็ควรจะต้องแต่งชุดเจ้าสาวซิ ตามประสาคุณแม่ซึ่งมีโอกาสครั้งเดียวในงานแต่งงานลูก สุดท้ายลูกสาวก็ไม่ได้แต่งเพราะคุณริวขอร้องว่าไม่อยากแต่ง เนื่องจากถ้าใส่ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเราก็ต้องถ่ายรูป”

 

           “ใช่ค่ะทางต้นสังกัดเขามาขอร้อง แต่คุณแม่ไม่ทราบไม่ได้ขอคุณแม่ นี่คือความเป็นจริง คือขอกับทางริว เราก็มีพิธีจัดกันสองงานคือที่เชงเกรีล่า พนิญกับจันทร์เพ็ญ ถามว่าใหญ่ไหมก็คือทานอาหารกันธรรมดา แล้วก็มียกน้ำชา”


           “จดค่ะ จดในวันที่ยังไม่ได้มีงานเลี้ยงด้วยซ้ำ ไปจดเองคุณแม่ไม่ได้ไปด้วยไม่ทราบเลยค่ะ จดเสร็จเอาใบทะเบียนมาให้คุณแม่ดู คุณแม่ก็ต้องจัดให้ซิค่ะ”

 

            “ตอนนั้นยอมรับอยากมีหลานมากคนจีนอ่ะ ตอนนั้นแต่งสามเดือนแล้วคุณแม่ก็ขอว่าริวถ้ามีลูกตอนนี้มะม๊าเลี้ยงให้ เพราะมะม๊ายังแข็งแรง ถ้าจะมีก็รีบมีนะ เพราะเขาพูดมาตั้งแต่ก่อนแต่งว่าเขาอยากมีลูกกับครอบครัวเรา เราก็บอกว่าถ้าจะมีก็รีบนะ เขาก็บอกว่ามะม๊าไม่ต้องห่วงริวทำได้ ริวสั่งได้มะม๊าเอาผู้หญิงผู้ชาย คนจีนเราก็ต้องเอาผู้ชายซิ เพราะเราไม่มีลูกชาย”

 

           นอกจากนั้นก็ยังแฉ!!! ถึงความเจ้าชู้ของ "ริว" ให้ฟังอีกด้วย

 

           “ตอนนั้นครอบครัวเราน่ารักมาก แต่พอท้องได้สองเดือนริวมีเหตุไม่ค่อยกลับบ้าน แต่เราไม่ทราบเราอยู่คนละบ้าน คืออย่างนี้เราก็โทรศัพท์ไปหาเขา ความที่มะม๊าจะยุ่งมากเพราะว่าเราทำงานด้วย ก็จะโทรไปทำงานไป ลูกก็รับ เราก็บอกให้ไปเรียกตาริวมาพูดซิ เพราะเราอยากเช็คไง ยอมรับว่าอยากเช็คว่าเขาอยู่รึเปล่า กลิ่นมันค่อนข้างแรง คือในขณะนั้นวงการไม่ทราบว่าเขาแต่งงาน เราก็เช็คกับลูกว่าขอริวพูดกับมะม๊าหน่อยว่าตอนนี้ไปฝากท้องไปอะไรต่างๆที่ไหน ลูกก็บอกว่ามะม๊าไม่เป็นไรหรอกงานริวเขายุ่งมาก มะม๊าแค่นี้นะง่วงนอน คือจะมีอะไรต่างๆตลอด ลูกเราก็ช่วยปิดให้เขา จนถึงวินาทีนี้ จะบอกเลยว่าวันนี้ที่มารายการนี้ไม่ได้ให้ลูกรู้ ลูกเราก็เข้ามากราบเลย กราบเหมือนเมื่อกี้ที่เขากราบแม่”

 

           “เราก็พยายามติดต่อไม่รับสายสักทีซิว่ะ คุณแม่ก็มาที่บ้านสุขุมวิท เท่าที่จำได้วันนั้นมาตี 1 เปิดประตูเข้าไปเพราะเรามีกุญแจ เปิดเข้าไปเราก็อุ๊ยตายพระเจ้า ลูกเราอาเจียนเต็มห้อง คือเขาแพ้ท้อง ท้องแรกมันก็แพ้ค่อนข้างรุนแรง ปรากฎว่าอาเจียนแล้วอาหารที่อยู่บนโต๊ะเห็นคือไม่ได้ทาน ทานไปอย่างละนิด แล้วเท่าที่มองเป็นอาหารซื้อหมด แล้วสามีไปไหน ไมเจอเขาเลยเห็นแต่ลูกเรานอนร้องไห้โอกอากโอกอาก เราก็อะไรเนี่ย เราก็ถามลูกว่าเก๋แล้วริวไปไหน เพราะเราไม่อยากถามแรงเพราะเราสงสารลูก เราไม่มีน้ำตาเพราะเราน้ำตาออกไม่ได้ เดี่ยวลูกเราจะเสียใจเพราะเราเคยบอกเคยเตือนแล้วก่อนแต่งงานอย่า เสร็จแล้วเราก็จัดการเก็บกวาดเช็ดถูทุกอย่างให้หมด ก็หานมอะไรให้เขาทาน แล้วเขาก็บอกเราว่ามะม๊ากลับไปเถอะไม่มีอะไรหรอก เขาไปถ่ายกองถ่ายต้องถ่ายกลางคืนอะไรต่อมิอะไร โอเคเราก็หลอกลูกว่าเดี๋ยวมะม๊ากลับแต่จริงๆไม่ได้กลับ เราก็ปิดไฟเขาก็อยู่ในห้อง เราก็ได้ยินเสียงเขาร้องไห้ จะกินยาฆ่าตัวตายจะเอาลูกออก คือเราแอบเอาหูแนบกับประตู” (นี่คือความจริงนะคุณยายต้องไม่พูดโกหกเพราะริวเสียหาย) “(หัวเราะ) ก็นั่งอยู่ตรงนี้คุณยายจะไปพูดโกหกเขาได้ยังไง แล้วเราก็ไม่กล้าให้ญาติพี่น้องรู้เพราะว่าอายเขาไง อายมาก อายเรื่องว่ามีลูกเขยแล้วมาทิ้งลูกเราอย่างนี้ หัวอกคนเป็นแม่นะ”

 

           “คุณแม่ต้องไม่ร้อง เพราะถ้าร้องแล้วลูกเราล่ะ เราก็นอนรอที่โซฟา ตี3 กว่าเขาก็เปิดประตูเข้ามา แต่เราปิดไฟไงพอเขาเห็นก็ตกใจอุ๊ยตายมะม๊ามานอนอยู่ตรงนี้ เราก็รีบเข้ามากอดมะม๊าครับริวเพิ่งเสร็จจากงาน เราก็บอกว่าเหรอ แน่ใจเหรอ สั้นๆแต่ว่าเก๋กำลังท้องนะทำไมไม่รีบกลับมาล่ะ แล้วขอโทษอยู่กองถ่ายไหนเพราะว่าคุณแม่เช็คได้ ไม่ใช่คนโง่ ไม่ใช่ตาสีตาสา เขาก็บอกว่าพอดีไปถ่าละครที่ต่างจังหวัด ลูกสาวก็ออกมามะม๊าเก๋ขอร้อง อย่าเกิดเรื่องเลย ไหนๆมะม๊าก็เดินมาถึงตรงนี้แล้ว”

 

           “คุณมาถามคุณแม่ คุณมานั้งตรงนี้คุณโกรธไหม ขอย้อนถามจากคุณแม่ที่เลี้ยงลูกแบบคุณหนู เรามีลูกคนเดียวแล้วขณะนั้นธุรกิจเรามากมายเขามาอยู่ตรงนี้ จะบอกเลยนะ ไม่ได้กลัวเลย ขณะนี้ถ้าฉันฆ่าแกได้ฉันฆ่าไปแล้ว คือเราก็บอกว่าเพื่อนหลาน เพื่อหลาน แล้วในขณะนั้นคุณตาเอง ก็เป็นโรคหัวใจ แล้วเราต้องทำธุรกิจอีกคุณลองนึกดูซิ”

 

           “เขา (พ่อตา) รักริวมาก ญาตพี่น้องที่บ้านเรารักเขาหมดเพราะเขาน่ารักมาก เราไม่เคยว่าว่าเขาเป็นคนไม่น่ารัก ถึงทุกวันนี้สายตาคุณแม่เขาก็ยังเป็นคนน่ารัก แต่ ต้องมีแต่ แต่เขาตอแหล ตอแหลที่ข่าวไง มันไม่จริง ทนไม่ได้ เรื่องที่เขาดูแลลูก ใครดูแล...ใครดูแล แฉความจริงออกมาซิ ไหนๆก็จะเปิดแล้วเปิดเป็นความจริงซิค่ะ"

 

           “เอาอย่างนี้สั้นๆ เขาบอกว่าเขาดูแลลูกอย่างดี แต่มีกระทู้บอกไงค่ะว่าดูแลอย่างดีเหรอเดือนนึงมารับกี่ครั้ง แล้วจะบอกเลยนะว่าเดือนนึงมารับครั้งนึง แต่มารับครั้งนึงคุณลูกทั้งคู่ต้องโทรเป็นอาทิตย์”

 

           “แล้วคนเล็กเนี้ยเขาฉลาดไง ตาเภาก็จะพูดว่าให้ฟังแต่เพลงฝรั่ง แล้วปะป๊าเมื่อไหร่จะรับสักที ตื่นซะที ให้ฟังแต่เสียงเพลง ทำไมปะป๊าทำงานไม่เห็นเหมือนคนอื่น เพื่อนของเภาปะป๊าเขาก็ทำงานหาเงินเลี้ยงลูกแต่ทำไมเขามาส่งมารับลูกได้ แล้ววันพ่อซึ่งหนึ่งปีมีครั้งหนึ่งซึ่งทุกโรงเรียนจะต้องให้พ่อมานั่งให้ลูกเอาดอกไม้ให้ ทางเราก็จะส่งข้อความไปเตือนวันพ่อแล้วนะสละเวลานิดนึงตื่นเช้าหน่อย มาให้ลูกกราบหน่อยเถอะ”

 

           ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญอะไรทาง "ริว" ก็ไม่เคยโผล่หน้ามาให้ลูก กับภรรยาได้เห็น

 

           “ไม่ได้เจอ ถามเขาได้ เขาไม่ว่างแล้วเขาก็ไม่ได้บอกด้วยว่าเขาไม่ว่าง หายไปเลยโทรศัพท์ก็ไม่รับ อันนี้หนึ่งวัน วันที่สองซึ่งใครมีลูกก็ต้องสำคัญคือวันเกิดลูก ถามซิว่าวันเกิดลูกจำได้ไหม แม่ (เก๋) ให้คุณยายส่งข้อความไป ปะป๊าริวมาตัดเค้กกันหน่อย มาเป่าเค้กกันหน่อนปีนี้ภีมกี่ขวบกี่ขวบ ปีนี้เภากี่ขวบกี่ขวบ ส่งข้อความตลอด”

 

           หลังจากนั้น "ริว" ก็หายเข้ากลีบเมฆไปนานเป็นปี ก่อนจะกลับมาอีกครั้ง และ "เก๋" ก็ได้ตั้งท้องลูกคนที่สอง

 

           “จะเรียนอย่างนี้นะ คือการที่คนเราท้องจากสองเดือนมันต้องไปเก้าเดือน กว่าจะได้คลอดก็เป็นปี เขาไม่เคยโทรมาถามเลยว่าแพ้ท้องไหม โอเคเราไม่มายด์ เราชินแล้ว พอคลอดน้องภีมเขาไม่อยากให้สื่อทราบขอไม่เปิดคุณแม่ก็โอเคเพราะไหนๆเราก็ปิดมาตลอด พอคลอดเสร็จเขาก็มา แต่ว่าค่าใช้จ่ายในการคลอดเขาออก เพราะว่าคุณแม่บอกว่าอันนี้ไม่ใช่หน้าที่แม่ ไม่ใช่หน้าที่มะม๊าคนเป็นพ่อทำลูกเกิดมาก็ต้องออก แต่เขาก็ยังมีพูดนะก็มะม๊าสั่งให้เกิด เราก็ไม่ว่าเพราะเราสั่งจริงๆ”

 

            “คือจากนั้นเขาก็หายไปประมาณปีนึง โอเคตอนคนแรกเขาอาจจะอยู่บ้านสักไม่กี่เดือน จริงๆคุณแม่เนี้ยชงนมให้ตลอดทุกคืน มีบ้างที่เขาชงบ้าง ใช้คำว่าบ้างนับครั้งได้เลย แต่แม้กระนั้นคุณแม่ก็ยังชมเขาว่าเขาน่ารัก เขาหายไปนานเลย แล้วเขาก็กลับมามาอยู่กับครอบครัวเราก็หลายเดือนอยู่แล้วก็เกิดท้องคนที่สอง หลังจากนั้นเขาก็ออกจากวงการตามที่ทราบ เขาก็ไปทำธุรกิจอะไรต่อมิอะไรซึ่งก็โอเค แล้วก็หายไปจนกระทั้งคลอดน้องเภาวันลอยกระทง วันที่ 26 พ.ย. ปีวอก เขาก็ไม่ได้มารับไปโรงพยาบาลมีตาธัญเพื่อนสนิทแกงค์เขานี่แหละที่มารับไป แม่ก็ไปกับเขา”

 

           “วันที่เก๋คลอดเขาก็ไม่ได้มา เพราะติดต่อเขาไม่ได้ ไม่เป็นไรพวกเราก็เข้มแข็ง ความที่คุณตารักเขามากเขาก็บอกว่าดาราก็เป็นอย่างนี้แหละ ดาราก็ไม่มีเวลา อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ดาราเขาไม่มีเวลาหรอกสำหรับครอบครัว เขาก็ยังเข้าข้างริวเราก็ไม่ได้ว่าอะไร จนกระทั้งเขามาโรงพยาบาล เขาก็บอกวันลอยกระทงเขาก็ติดงานตรงนั้นตรงนี้ ก็ไม่ได้ว่ากัน”

 

            ส่วนประเด็นที่ทำให้ "ริว" เลิกขาดกับลูกสาวนั้น "อดีตแม่ยาย" บอกเกิดจากที่ฝ่ายชายแอบไปกิ๊กกับสาวใหญ่คราวแม่

 

           “ที่เป็นจุดเลยคือหลังจากที่คลอดน้องเภาคนที่สองได้ประมาณ 6-7เดือน ก็มีข่าวจากเพื่อนๆสนิทแก๊งค์เขานั้นแหละ ซึ่งสนิทกับคุณแม่ด้วยเขาก็โทรมาบอกน้องเก๋คือเขาเป็นเดือดเป็นแค้น ว่าตัวเองรู้ไหมว่าริวนะ ไปอะไรต่อมีอะไรจัดงานที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้วก็มีผู้หญิงคนนึงอายุเยอะแล้วล่ะจะบอกเลยว่าแก่กว่ามะม๊าอีก(หัวเราะ) มะม๊าจะบอกว่าตาก็ตก มะม๊าไม่ธรรมดานะ เราก็โทรตามหาเขาเขาก็ไม่รับ คือเรามีพยายามมากโทรๆๆๆๆๆจนกระทั้งเขาด่าเราว่าเราจิกเขา โทรจนกระทั้งเขารับเราก็บอกว่าข่าวมันเป็นอย่างนี้ๆๆๆๆนะริว เขาก็บอกว่ามะม๊าไม่จริงหรอกเพื่อนร่วมงาน เหมือนเป็นสปอนเซอร์ต่างจังหวัดเพื่อนร่วมงาน เขาก็พูดอย่างนี้มาตลอดแล้วเราก็ไม่เคยพูดเลย จนกระทั้งอาทิตย์ที่แล้วที่เขามาบอกว่ามะม๊าคือริวจำเป็นต้องพูดวันนี้ เพราะข่าวจะออกมาแล้ว เพราะข่าวจะออกมาแล้ว (เน้นเสียง) ชัดเจนไหมค่ะ บอกเพราะข่าวจะออกมาแล้ว ริวมีลูกสาว แม่เพิ่งทราบเมื่อวันเสาร์  (30 พ.ค.) ที่คริสตัสปาร์คร้านฮัวเซงฮง ลูกสาว (เก๋) เองก็นั่งอยู่ เขาบอกว่าริวไม่อยากปิดอะไรแล้วคือมีสื่อนำภาพออกมาแล้วภีมเองก็จะดังแล้ว แต่จะบอกเลยว่าถ้าภีมเข้าวงการเพราะคุณยาย”

 

           “ไม่ทราบมาตลอดเลยว่าเขาไปหย่ากันมาเมื่อไหร่ เพิ่งมาเห็นใบหย่าตอนหลัง เก๋เองเขาก็ไม่เคยบอกอะไร ไม่เคยรู้เลย ผู้หญิงอย่างนี้วิเศษไหมล่ะ อันนั้นเจ็บปวดด้วย แล้วอันนั้นก็ผ่านจุดที่เราสุดๆมาแล้ว จนกระทั้ง ณ ปัจจุบันครอบครัวเราแฮปปี้ หนึ่งแก่ หนึ่งสาว สองหนุ่ม”

 

           ซึ่งทาง "คุณสุภาพร" อดีตแม่ยายได้ฝากคำพูดถึงลูกเขยไว้ดังนี้

 

            “ริวทั้งหมดที่มะม๊าพูดมาเป็นยังไงกับที่ริวแถลง อันไหนคือข้อเท็จจริง ลูกผู้ชายนะริวเพราะว่าคนที่รู้เรื่องรายละเอียดที่มะม๊าพูดมีเยอะนะ แม้กระทั้งญาติที่ขนอม ญาติที่เพชรบุรีอาม่าแก่ๆ อากงซึ่งเป็นคุณปู่ที่เสียชีวิตไปแล้ว แล้วก็ยังมีอาโกวสามโกวอีก แล้วก็ญาติมะม๊าเนี้ย (ร้องไห้) ริวรู้ไหมครอบครัวมะม๊าต้องเก็บตัว หนีสังคมทั้งที่มะม๊าอยู่ในสังคมมาตลอด เพราะใคร ที่ทำให้ครอบครัวเราทุกวันนี้ต้องแบบนี้ มะม๊าพยายามจะไม่เสียน้ำตาอีกแล้วเพราะมะม๊าเสียไปเยอะแล้ว มะม๊าขอถามริวตรงๆเถอะริวซึ่งเคยรักมะม๊าทำกับมะม๊าอย่างนี้ได้ยังไง แล้วมะม๊าเลี้ยงลูกริวมาสองคนตั้งแต่วันแรกที่เกิดจนกระทั้งเดี๋ยวนี้เขาหล่อมาก ไปไหนมีแต่คนชม แล้วริวยังมาด่ามะม๊าเมื่อวันพุธ (วันที่ 3 มิ.ย.)ได้ยังไง ตอบฉันซิ”

 

             “เนื่องจากเอกสารที่เราต้องการไปใช้ในการเรียนของลูกแค่นั้นเอง ซึ่งเขารับปากตั้งแต่วันเสาร์ (วันที่ 30 มิ.ย.)ที่จะเจอกัน เขาบอกว่าวันเสาร์เดี๋ยวเอาให้มะม๊าริวจะถ่ายเอกสารหรือเอาตัวจริงมาให้ เขาก็กดตัด แล้วเขาก็อ้างว่าหาที่ถ่ายไม่ได้ เขาจะต้องใช้ด้วย แล้วคุณแม่ก็บอกว่าเอาให้คุณแม่ไปใช้ก่อน เพราะเด็กจะเปิดเทอมแล้ว แล้วนี่เขาก็เปิดเทอมแล้วด้วย แล้วประการที่สองทะเบียนบ้านเด็กชื่ออยู่ที่บ้านสุขุมวิทแต่ปัจจุบันบ้านหลังนั้นได้ขายไปแล้วเนื่องจากรายจ่ายมันเยอะคือเราขายไปเสร็จปุ๊บ ทะเบียนบ้านตรงนั้นผู้ซื้อเขาก็ต้องเอาเราออกก็จะมีลูกคนโตน้องน้องภีม แล้วก็เก๋อยู่ในทะเบียนบ้าน แต่พอเก๋เขาจะไปทำบัตรประชาชนทางทะเบียนบอกว่าที่อยู่ตรงนี้เขาให้ออกไปแล้ว ก็เลยกลายเป็นคนไม่มีที่อยู่ซิ เป็นคนจรจัด เสร็จแล้วเราก็มีคอนโดที่รัชโยธินซึ่งเก๋เขาก็ซื้อกับริวด้วยกันตอนแต่งงาน แล้วก็ผ่อนออมสิน ต่อมาคือเสาร์ที่แล้วที่มาบอกว่ามีลูกมีครอบครัวถามว่าเจ็บพอแล้วสำหรับน้องเก๋ แล้วนี่หลังจากที่ลงจากร้านฮั่วเซงฮงคือคุณแม่ลงไปก่อนเพราะอยากให้เขาคุยกันสองคน พาหลานสองคนไปเดินข้างล่างเขาก็ไปบอกกับเก๋ว่าริวจะขายคอนโดรัชโยธิน ซึ่งมันเป็นทรัพย์สินที่เราเหลืออยู่ตัวเดียว ห้องเล็กๆ30กว่าตารางเมตร แล้วก็ยังผ่อนอยู่ แล้วตัวเขาผ่อนบ้างไม่ผ่อนบ้างเราก็ผ่อน”

 

            ซึ่งหลังจากนั้นทางรายการก็ได้เปิดตัว "ริว" มานั่งสัมภาษณ์คู่กัน


 
            ริว/ “คือริวกับเก๋คุยกันตลอด แต่แค่ว่าไม่ได้เล่าให้ม๊าฟังว่าอะไรมันเป็นยังไงบ้าง แล้วก็(ร้องไห้) มะม๊าอาจจะไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไง ผมไปทำอะไรบ้าง ไปเหนื่อยตรงไหน ไปลำบากยังไง ผมไม่เคยพูดแต่ผมก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด  ผมก็รู้สึกว่าผมผิดในวัยเด็กที่ผมไม่มีความอดทนพอ ผมมองภาพครอบครัวไม่ออก แต่มันหยุดไม่ได้แล้ว”

 

             “ริวก็ส่งเงินให้เก๋ทุกเดือน ตั้งแต่หย่ากันมาสามปี ตั้งแต่เราเซ็นใบหย่าผมส่งทุกเดือน ผมให้ คือผมไม่ได้มีความรู้สึกว่าผมต้องส่ง ผมทำตามความรู้สึกของคนเป็นพ่อ แล้วผมก็รู้สึกผิดอยู่แล้ว ผมก็เสียใจในสิ่งที่มันเกิดขึ้น จริงๆผมก็รักม๊า”

 

             แม่ยาย/ “ไม่อยากเถียงนะ ก็คือโอเคตามที่เขาพูดก็แล้วกัน เพราะว่าเราไม่อยากรื้อ แต่ว่าอยากจะมีข้อตกลงใหม่ว่าตามที่เขาแถลงข่าวว่ามีสองครอบครัวซึ่งทางเราไม่รับ เราเป็นคนจีนเรารับสองครอบครัวไม่ได้ แล้วจริงๆแล้วเราก็ไม่ได้เป็นครอบครัวเขาแล้ว เพราะว่าเราเลิกแล้ว ตามที่คุณแม่เพิ่งมาทราบทีหลัง หย่าแล้วเพราะฉะนั้นเขาเป็นคนนอกแล้ว แต่ในตำแหน่งที่เขาเป็นพ่อของหลานทั้งสองคน การที่เขาส่งทุกเดือนตามที่เขาว่า ความเป็นจริงก็คือส่งแต่กว่าจะส่งข้อความเขาได้รับกี่ครั้ง ซึ่งเราคงไม่อดทนตรงนั้นแล้ว แล้วตอนนั้นคุณยายขอเขาว่าซื้อบ้านให้ลูก แล้วรถมันเก่ามากโวลโว่คันนั้น แล้วมันซ่อมที่ 4-5 หมื่น เราก็ไม่ค่อยไหวแล้ว  ณ ขณะนี้เราไม่ต้องการที่จะให้ส่งทุกเดือนแล้วเพราะเราขี้เกียจตาม แล้วเด็กก็โตขึ้นมาเรื่อยๆ ก็ไม่อยากเห็นแม่เศร้า เพราะส่งข้อความอะไรต่อมิอะไรก็เฉย น้องภีมจะเสียใจมาก เขาจะบอกว่าวันพุธที่เราอยู่ฟูจิแล้วคุณพ่อเขาโทรมาแล้วด่ามะม๊าเสียลั่น เด็กเขานั่งติดอยู่กับคุณยายเขาจะสนิท เขาก็จะได้ยิน เขาก็บอกว่าอาม๊าเสียปะป๊านี่ ทำไมปะป๊าต้องด่าอาม๊า อาม๊าใจเย็นๆนะเดี๋ยวเภากับภีมจะไปต่อยปะป๊าเอง เดี่ยวความที่เขาเป็นเด็กแล้วเขาก็อยู่กับเรามาตลอดจริงๆปะป๊าก็คือคนนอกแล้ว เพราะไม่ค่อยได้เห็นหน้าแล้วจะมาสนิทได้ยังไง”

 

           “ก็คือเมื่อตอนนั้นที่เราเคยเรียกร้อง เขาบอกว่าเขาไม่ไหว เขาไหวได้แค่ทุกเดือน เดือนละ3หมื่นแต่ว่าอย่าลืมนะคุณว่าค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟก็เกือบ 2 หมื่นแล้วก็เหลือ1หมื่นสองคน แล้วถามว่าเก๋มีรายได้ไหม มีค่ะแต่ว่าริวทราบนิว่าเขาเป็นหนี้บัตรเครดิตจะให้ตอบไหมว่าเพราะอะไร คงไม่ต้องตอบมั้งหนี้บัตรเครดิตเพราะอะไร ก็ซื้อนม ซื้ออะไรต่อมิอะไรไงค่ะระหว่างที่เขาไม่มีงาน ไม่มีเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้าน ส่วนค่าเทอมเด็กตอนแรกๆที่เขาหายสาบสูญไปใครจ่าย ใครจ่ายล่ะ (คุณยายดูแลเหรอ) ก็ต้องเป็นอย่างนั้น”

 

             “เหตุผลคือเพราะเราไม่อยากตาม เราต้องการ ณ เวลานี้เราไม่ได้เรียกร้องมากเกินไปเกินกว่าฐานะเขา เพราะทุกคนเห็นว่าเขาขับรถอะไรขี่เบ็นซ์ตอง7 เฉพาะป้ายล้าน 5 บีเอ็มเท่าไหร่ เอาอย่างนี้แล้วกันคุณยายขอแค่นี้นะค่ะ ขณะนี้เด็กเรียนอยู่ที่เกษตร เราต้องการบ้านแถวนั้นเพราะคุณยายก็แก่แล้วจะมาส่งจากสุขุมวิทมาเกษตรก็ลองคิดดูซิว่ามันหนักแค่ไหน ซึ่งตัวเขาเองเขาอยู่บ้านกลางกรุง เราก็ไม่ต้องเอากลางกรุงเอาแค่สัก4ล้านกว่าๆที่มันใกล้กับเกษตรสะดวกกับคุณยายที่จะมาส่งเด็กๆ ซึ่งค่าแท็กซี่จะได้ไม่แพง เพราะคุณแม่เขาทำงาน 6 โมงครึ่งแล้วเด็กตื่นไหวเหรอ 6 โมงครึ่งแล้วบางวันเด็กตื่นไหวคุณยายก็ต้องไปนั่งอยู่กับเด็กด้วยไง บ้านหลังเดียวซึ่งเป็นที่อยู่ให้กับเด็กจะได้ไม่ต้องย้ายไปเช่าที่โน่นเช่าที่นี่ อันนี้คือบ้านหนึ่งหลังแล้วอีกหนึ่งก็คือเด็กสองคนนี้ แล้วก็ที่คุณยายเลี้ยงดูมาสองคน ขณะนี้เขามีลูกอีกคนเขาจ้างคนมาเลี้ยงเท่าไหร่ต่อเดือน คุณยายไม่ได้เรียกเกินฐานะเขา เบ็ดเสร็จทั้งบ้านไรด้วยทั้งหมดจบก็คือ 10ล้าน จบทุกอย่างแล้วไม่ต้องมาส่งไม่ต้องมาอะไร”

 

            แม่ยาย/ “ฐานะคุณยายจะแย่หรือไม่แย่คงไม่ต้องเปิดเผย แต่ที่คุณยายพูดนี่ด้วยหน้าที่ของความเป็นพ่อซึ่งเขาก็ออกมาแถลงว่าเขาเป็นพ่อที่ดี เป็นพ่อที่ดูแลลูกอย่างดี เขาต้องทำ”

 

            “ริวบอกว่าขณะนี้ริวไม่สามารถเอาเงินก้อนมา ริวก็พูดกับเก๋ เขาโทรศัพท์ไปพูดกับเก๋ แล้วเก๋ก็มากราบมะม๊าเมื่อวาน(วันที่ 6 มิ.ย.) ว่ามะม๊าอย่าเลย ให้เป็นไปตาม 3 หมื่นที่เขาให้ เสร็จแล้วมะม๊าก็บอกว่าเก๋ไม่ต้องกราบมะม๊า หลายปีมานี่มะม๊าอดทนมามากแล้ววันนี่ที่มะม๊าต้องออกมาพูดความจริง บอกเลยนะว่าโกรธเมื่อวันพุธมาก ทุกคนช่วยลองคิดดูซิว่าคุณยายคนนึง คุณแม่คนนึง (ร้องไห้) ซึ่งคุณตาเป็นโรคหัวใจวายไป เพราะอะไร ลูกสาวที่เลี้ยงดูมาอย่างคุณหนูถูกทอดทิ้งพร้อมกับเด็กสองคนตัวแดงๆ คุณยายไม่เคยมีน้ำตามาตลอด ไม่มีต่อหน้าลูกและหลานและญาติ  เราต้องหลบจากวงญาติ เพราะว่าอายไงค่ะ คุณอายไหมล่ะขอถามหน่อย ซึ่งที่เจ็บที่สุดคือรักเขามาก รักเขามาก เขาเที่ยวทอรัสไปพาไป ยังไปเจอพี่กบ ปภัสรา เขาก็แนะนำว่าพี่กบนี่มะม๊านะ แล้วจะมาบอกว่าแต่งงาน...เอาเป็นว่าตามข่าวแล้วกันคุณแม่ไม่อยากพูดเยอะ ยกน้ำชา โอ้ย! ตลอดชีวิตมาคนที่ฉันรักและก็มาทำให้ฉันเสียใจตลอด และหนักที่สุดคือวันพุธโทรมาด่าฉัน ด่าแบบหยาบมากซึ่งฉันเลี้ยงลูกเขามา 6 ขวบ (ร้องไห้หนัก) คนนึง 4 ขวบครึ่งคนนึง เคยให้อะไรฉันเพิ่งมาให้ไม่กี่เดือนนี่ตอนที่มารับลูก กี่พันบอกซิ บอกเลยไม่ต้องให้ฉันพูด ให้ค่าขนมมะม๊าบางทีก็ให้บางทีก็ไม่ให้ คุณลองนึกกันดูซิว่ากี่พัน แต่ตอนนี้ที่ฉันให้เขามันเท่าไหร่ ส่งให้พันนึงบ้างสองพันบ้าง  แต่ว่าไม่ใช่ให้แบบเต็มที่จะต้องให้นะ ฉันอยากให้ฉันก็ให้ ฉันไม่อยากให้ฉันก็ให้ ฉันไม่มี ไม่ได้ติดกระเป๋า มีแต่เครดิตการ์ด โอเคอีกจุดนึงลูกคนเล็กแอดมิดอยู่ที่โรงพยาบาลเมโยไข้ขึ้นสูง โทรตามอยู่นั้นแหล่ะ เพราะจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาบอกเองว่าวันไหนจะออกให้โทรหาเขา เขาจะมาจ่ายเองก็ต้องจ่าย เพราะคุณยายเฝ้าไม่ได้จ้างนางพยาบาลหรอก”

 

           “โอเคคุณยายไม่ใช่คนใจร้ายไม่ใช่คนอยากได้ แต่ว่าสิ่งที่เขาต้องเลี้ยงลูก ตรงนี้ที่เขาบอกว่าเงินก้อนสิบล้านที่เขาบอกว่าให้ไม่ได้ โอเคคุณยายไม่ได้บีบเลย ฟังนะริวนะ ไม่ได้บีบว่าเธอจะต้องนำ 10 ล้านมาให้ขณะนี้ แต่จริงๆแล้วถ้าจะบอกว่ารถสองคันขายคันนึงก็ยังไหว แต่คุณอาจจะทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะคุณยายไม่ชอบเป็นคนบังคับคน โอเคตรงนี้ให้ไม่ได้ 10 ล้านเพราะว่าทำธุรกิจอยู่คุณยายก็ไม่ได้เค้นว่าจะต้องให้เมื่อไหร่ แต่ว่าข้อนี้ห้ามเลยที่จะปฎิเสธในเมื่อตรงนั้นไม่ไหวแล้วที่ให้ 3หมื่นริวก็รู้ทุกครั้งที่ไปมะม๊าบอกใช่ไหมว่าริวมาดูที่นี่ค่าเช่าเท่าไหร่ ค่าอะไรเท่าไหร่ ถามว่าทำไมต้องอยู่แพงอย่างนั้น ก็พ่อเขารวย ค่าเช่าหมื่นหก ค่าน้ำ ค่าไฟคอนโดก็รู้อยู่แล้ว อาม๊าพูดตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้ว เพราะฉะนั้นคำที่อาม๊าพูดจริงทุกประการ เอาเฉลี่ยประมาณสองหมื่น แล้วเหลือหนึ่งหมื่นสำหรับครอบครัวที่มะม๊าขณะนี้ ความที่ต้องมาดูเด็กสองคนนี้เต็มร้อย เพราะแม่ก็ไม่มีเวลาหรอกเพราะเก๋เขาเช้าขึ้นมาหกโมงเช้าอาบน้ำแต่งตัวหกโมงครึ่งออกจากบ้านแล้ว เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานเขาต้องเป็นอย่างนั้น แล้วเย็นเลิกจากโรงเรียนนนี้บางทีก็ต้องวิ่งเต้นไปสอนพิเศษเพราะฉะนั้นทุกอย่างคุณยายร้อยเปอร์เซ็นต์เลยสำหรับเด็กสองคนนี้ อาจจะถามกันว่าคุณแม่เขาก็หาเงินได้นิ ตรงนี้จะบอกว่าจ่ายเครดิตการ์ดค่ะ อะไรนะที่ริวไปเช็คเครดิตยูโรใช่ไหม จะไปหวังค่าใช่จ่ายจากเก๋ไม่ได้ มะม๊าก็บอกว่าเก๋ต้องอดทนเพราะทุกคนรักหนู มีคุณยายที่เป็นผู้ปกครองเขามาคุยว่ามิสเก๋น่ารักออกอย่างนี้แต่งงานรึยัง มีแฟนรึยัง ถ้ายังไม่มีจะแนะนำให้ เขาตอบว่าไงรู้ไหม ฟังแล้วเหมือนตลก เขาบอกว่าคุณยายขา แต่งแล้วค่ะ มีลูกแล้วค่ะ เลิกแล้วค่ะ ครบหมด ทุกคนตกใจ ”

 

           “10ล้านเพื่อตลอดชีวิตของลูกๆเขา แล้วก็จุดประสงค์อยากจะโอเคเราไม่ปิดกั้นพ่อลูก มารับไปเที่ยวได้แต่อย่ามารับไปครอบครัวที่สองตามที่เขาแถลง สงสารเด็ก คือเขาไปเจอน้องอีกคนนึงแล้วกลับมาบอกคุณยาย ซึ่งเขาก็กลับมาพูดกับเราว่าเนี้ยปะป๊าบอกว่าเป็นลูกของปะป๊านะ เป็นน้องของหนูสองคน แล้วแม่เขาก็คือป้าสุ แล้วป้าสุเป็นใครก็ไม่รู้ เสร็จแล้วเด็กก็จะมาบอกว่าภีมกับเภาเป็นลูกมะม๊านะ แล้วแม่เก๋เป็นแม่นิ แม่เก๋ก็ต้องเป็นแฟนกับปะป๊านะ แล้วทำไมปะป๊าไม่เคยมานอนบ้านเราเลย เขาก็ไม่เข้าใจตามประสาเด็ก”

 

           "ริว" บอกจะพยายามหาเงินมาให้ และรับปากว่าจะไม่พา "ภีม - เภา" ไปพบกับครอบครัวใหม่อีก

 

           ริว/ “เรื่องเงินริวก็ให้แต่ชีวิตคนหมายถึงทั่วๆไปทุกคน มันเสกไม่ได้นะครับเงิน มันต้องไปหา มันต้องไปเหนื่อย มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป แล้วสิ่งที่ทำอยู่ ณ วันนี้ก็ค่อนข้างจะเหนื่อย เพราะงานเราก็ยุ่ง ไอ้ความที่ไม่มีเวลามันก็เลยกลายเป็นว่าเราไม่ได้สื่อสารกัน ก็ต้องตอบมะม๊าว่า ริวมีความสามารถแค่ไหน ริวก็จะให้ เพราะทุกวันนี้ทำงานเพื่อถวายตัวให้ลูกอยู่แล้ว ถามว่าตอนนี้ลำบากไหมไม่ลำบาก แต่ว่าเรากำลังอยู่ในกระบวนการทำงาน ที่สุดท้ายแล้วของชีวิตผมจะทิ้งไว้ให้ลูกทุกคน”

 

           “ต่อไปก็คงทำตามที่อาม๊าบอกก็คงไม่พาพวกเขาไปเจอกันอีกแล้ว ผมก็ได้คุยกับเก๋แล้ว คือริวขอบอกตรงนี้เลยแล้วกันจริงๆแล้ว ริวรักทุกคน ริวรักมะม๊า ริวรักลูก ริวรักเก๋ (ร้องไห้) ชิวิตนี้ของริวก็เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่”

 

           แม่ยาย/ “ไม่ใช่หรอก ม๊าเองต่างหากเพราะม๊าหกสิบแล้วคุณยังสามสิบเอ็ดอยู่นิ ก็ในเมื่อเงินก้อนไม่ได้แล้วมะม๊าก็บอกว่าสามหมื่นเป็นอะไรๆก็เคยพูดเลย แล้วสื่อต่างๆจะได้ทราบด้วยว่าสิ่งที่เราขอไม่ได้มากไปหรอกค่ะ สามหมื่นตรงนั้นโอเคเป็นค่าอะไรๆไป  แต่คือเด็กพอโตขึ้นมันก็จะมีค่าคอมพิวเตอร์อะไรต่อมิอะไร ซึ่งข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนี้จริงๆคุณเป็นคุณพ่อก็จะทราบ คือตรงนี้มะม๊าจะไม่ให้ริวปฏิเสธเลยเพราะมะม๊ารู้ว่าตอนนี้ริวกำลังได้ กำลังไหว ขออีกสองหมื่นเด็กคนละหมื่น เพราะฉะนั้นเด็กให้คนละหมื่น ไม่ใช่ว่าเรามาขอว่าต้องได้แต่ต้องใช้คำว่าควรจะได้ เพราะมันเป็นค่าใช้จ่าย แล้วขณะนี้ริวมีลูกสาวมีลูกสาว 8 เดือนริวอาจจะไม่ได้จ้างคนมาเลี้ยง แต่สำหรับมะม๊าตลอดเวลามา 6 ขวบคนนึง 4 ขวบคนนึงเหนื่อยมาทั้งหมด ไม่ได้ขออะไรเลยส่วนตัวนะ ตอนนั้นเขาบอกเขาไม่มีสตางค์เราโอเคเราก็อดทน คือเราไปทำธุรกิจอะไรไม่ได้แล้วไงเพราะเราต้องเลี้ยงหลานเต็มร้อย แต่ต่อไปนี้หลังจากที่ริวก็ไม่ได้ให้ความเกรงใจมะม๊า ก้าวร้าวกับมะม๊า ด่าซะมากมายมะม๊าก็เลยคิดว่าต่อไปนี้มะม๊าคงเลี้ยงลูกให้ริวฟรีไม่ได้แล้วล่ะ แล้วไม่ใช่เลี้ยงลูกฟรีๆคือเราก็ต้องจ่ายค่าอะไรต่อมิอะไรที่เด็กๆอยากได้ อย่างของเล่นกระทั้งชิ้นละเป็นหมื่นมะม๊าซื้อให้หลานได้ แต่ว่าลูกริวพาริวไปที่ของเล่นริวก็จะรีบจูงเขาวิ่งไปที่อื่น แล้วถามว่าทำไมมะม๊าฟุ่มเฟือยซื้อของเล่นราคาแพงให้เด็กๆ เพราะว่าเราไม่อยากให้หลานเรามีปมด้อยเพราะเพื่อนเขามี แล้ววันที่ไปว่ายน้ำเขาก็จะเอาไปเล่นด้วยกันไง ม๊าก็อธิบายให้ริวฟัง”

 

           ริว/ "ริวยอมรับผิด ในวัยที่ยังไม่มีความอดทนเพียงพอแล้วก็ตอนนี้ก็ต้องโตขึ้นกว่าเดิมอีกแล้วก็ต้องกราบขอโทษ (ก้มลงกราบที่ตักมะม๊า)ทุกๆคนในชีวิตริวที่ริวทำอะไรให้ต้องรู้สึกอย่างนี้ ก็เกิดจากการกระทำของตัวเองริวยอมรับผิดทั้งหมดครับ แต่ตอนนี้ถอยไม่ได้แล้วเพราะริวมีลูก ลูกริวต้องโตก็เหมือนกันก็เข้าใจ รักเหมือนกัน ปกป้องได้ปกป้อง แล้วที่มะม๊ามาในวันนี้ก็เพื่อปกป้อง ริวเองก็มาในวันนี้ก็เพื่อมายอมรับความเป็นจริง มายอมรับว่าริวผิด แล้วก็บอกด้วยว่ารักทุกคน ในเงื่อนไขเรื่องอะไรก็แล้วแต่ริวพยายามทำอยู่แล้ว พยายามแล้ว แล้วก็พยายามที่จะทำให้ได้ ความรู้สึกหรือว่าน้ำตาทุกหยดของมะม๊าที่มะม๊าร้องไห้ (ร้องไห้) ริวก็ร้องไห้ และริวก็เสียใจ ริวรักมะม๊ามาก แต่ริวก็รู้สึกผิดทุกครั้งที่ทำไมพอทนอะไรไม่ได้ก็เหมือนระเบิดลง ริวจะพยายามเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด มะม๊าวันนี้ริวขอโทษนะครับ (กราบที่ตักอีกครั้ง)"

 

            แม่ยาย/ "(ร้องไห้) จริงๆแล้วไม่เคยโกรธเขา รักเขาเสมอมาแม้แต่สิ่งต่างๆที่เขาทำกับครอบครัวเรา แต่ที่ให้อภัยไม่ได้เลยคือเมื่อวันพุธ เอกสารที่จะต้องใช้กับลูกเขา คือเขาไม่รับโทรศัพท์ กดทิ้งตลอด"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

gossipstar.mthai.comGossip

วันที่: 08 มิ.ย. 2552 13:57:34

ส่งต่อเรื่อง ปล่อยโฮทั้งคู่ แม่ยาย แฉยับ ริว สตอฯ ตัวพ่อ ลั่นจ่าย 10 ล้านไม่ยุ่งอีก ด้านลูกเขยรับผิดก้มกราบขอขมา ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนทาง E-mail

    หรือ แชร์กับเพื่อนในเว็บอื่น

    ร่วมแสดงความคิดเห็น
    1. capchaกรุณากรอกรหัสตามภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่างข้อความนี้

    เหอๆ สุดท้ายก็เห็นแก่เงิน emotion
    สมควรเรียกมากกว่านี้ กับความสูญเสียพ่อของลูก แขนข้างหนึ่งของเด็กมีแต่แม่และยาย พ่อไปไหน สมควรเรียกกับตัวที่เป็นต้นเหตุของการเลิกลา
    มาม๊าเรียกร้องเพราะเจ็บใจ...ริวใช้ชีวิตสดวกสบายทุกอย่างนั่นลูกมะรึงนาเฟ้ยยยยย...
    รักแม่ยาย.. ไฮโซเซ. จมไม่ลง.. เลี้ยงหลานยังมีนิสัยนักธุรกิจ เอามาต่อรองค่าเลี้ยงดู รถใหม่ บ้านใหม่ ค่า น้ำ ค่าไฟ ที่ต้อง จ่าย ค่าเลี้ยงเพราะไม่ได้ ทำงาน.. ค่าของเล่นราคาเป็นหมื่น.. นับถือนักธุรกิจคนนี้จริง จริง.. เจริญเถอะจมไม่ลงอย่างนี้..
    ความเห็นทุกคนก้อต่าง ๆ กันไป ด้วยความเกลียด ความชอบ หรือโกรธแทนเค้า แต่คนที่น่าสงสารคือเด็กที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ต้องเจอกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเค้า อย่างน้อยมันก้อเกิดปมด้วยไปตลอดชีวิตของเด็กแล้ว สื่อเป็นสิ่งสำคัญมากนะคะ ดิฉันในฐานะทำงานด้านวงการบันเทิง มา และก้อมีอาชีพเป็นดาราเหมือนกันกับน้องริว สื่อ จะมีทั้งด้านลบและบวก ในที่นี้ เรื่องน้องริวกับภรรยาเก่า การตัดสินใจอยู่ระหว่างคนสองคน สองครอบครัวที่จะหันหน้าเข้าปรึกษากันมากกว่าที่จะออกมาผ่านสื่อนะคะ ดิฉันมีความเห็นอกเห็นใจทั้งสองฝ่าย คนเราโตแล้วครอบครัวแต่ละฝ่ายก้อน่าจะมีความรู้มิใช่น้อย ดังนั้นน่าจะมีความคิดให้ดีกว่านะคะ ทุกคนย่อมมีสิทธิส่วนบุคคลทั้งนั้น และคนเราเวลาจะทำอะไรลงไปย่อมมีเหตุผลในตัวของมัน ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ น่าจะหันหน้าเข้าแก้ ไม่ใช่หันหน้าเข้ามาแฉเอาหน้าตัวเองมาแลกกับความอับอาย และโทษกันว่าต่างฝ่ายต่างอาย ดิฉันก้ออยู่วงการมานานพอสมควร ถึงเป็นดาราไม่ถึงกับดัง แต่ก้อพอจะรู้เรื่องอะไรที่มากกว่าคนทั่วไปหรือมากกว่าสื่อด้วยซ้ำ
    สงสัยแม่ยายจมไม่ลง.. เพราะ 30000 ไม่พอใช้.. ชีวิตหรูหรานะมันเมื่อก่อน ตอนนี้มันคนธรรมดา.. อย่าเว่อร์ให้มันมากนัก.. ริวก็เหรีอเกิน ตอแหลจนได่้เรื่อง..
    คห.107 ดิฉันคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแฟนครับของริว.. และไม่ได้เป็นแฟนครับของดาราคนไหน.. เพราะถือว่าดาราก็คือคนทำงานเหมือนเรา.. และดิฉันก็เป็นแม่หม้ายเพราะความเจ้าชู้ของสามี.. แต่ไม่ได้เข้าข้างคุณแม่ยาย. เพราะมันเกินไป.. ฟังจากที่พูดเหมือนเอาดีเข้าตัวลูกสาว เอาขี้ป้ายลูกเขย.. จนลืมภาระความรับผิดชอบของการเลี้ยงลูกก็คือพ่อกับแม่รับผิดชอบร่วม.. เข้าใจว่าเคยเลี้ยงลูกเหมือนคุณหนู.. อยู่ในสังคมตลอด.. ต้องอับอายที่ลูกเป็นแม่หม้าย.. มีอีกหลายคู่ที่เค้าอยู่ในสังคมออกสื่อ มีชื่อเสียง แต่เค้าไม่ยอมแพ้กับการล้มเหลวในช๊วิตครั้งเดียว.. ต้องขอบอกว่าลูกสาวคุณผิดตั้งแต่ไม่เชื่อฟังคุณแล้ว..
    ถ้าฟ้องกันในศาลก็ได้แค่ค่าเลี้ยงดูนั้นแหละ
    สงสารคุนเก๋และลูกๆค่ะ เปนกำลังใจให้นะคะ ตอนนั้นคงทรมานน่าดูผ่านมาได้แล้ว ก็เลิกยุ่งกะผู้ชายแบบนี้ไปเถอะนะ
    แฟนคลับโง่ๆ..ก้เงี๊ยะ...ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดกับครอบครัวพวกแก..สงสัยพวกแกก็ยอม**ริวใช่มั้ย..นั่นมันดาราจะแสดงบทโศกบทเศร้าบทสำนึกผิดก้มีคนเห็นใจแล้ว..แต่ลองนึกถึงสิ่งที่มันทำกับครอบครัวนี้ซิ..พวกแกยังจะเห็นใจมันอยู่อีกหรือ
    ถ้าริวเปนคนจน ป่านเน๊เน๊โดนไล่เปิด ตัดห่างปล่อยวัดปายแระ
    บอกว่าเปนคนนอน แต่เอารถ เอาบ้าน เอาเงิน10ล้าน เปนคนธรรมดาเผลอม่ายด้ายสักบาท
    บ้าน 1 หลัง รถคันใหม่ เงิน10 ล้านชาติเน๊ไม่ต้องทามรายแระคุณนายเกินปายจิงๆ
    ใครมีเงินนายริวก็ทำหน้าที่ไปเกาะ ใช้หน้าตาในการเกาะผู้หญิงกิน
    ใครเป็นสะใภ้บ้านภรรยาคุณริวคนเก่าเนี่ยซวยสุดๆแม่ยายขา...............พูดมาได้"ลูกชายจะมีเมียกี่คนก็ได้ แต่ลูกเขยไม่ได้"โอ้แม่จ้าววววววคิดได้ไงเนี่ยยยยยยยยยยยยเวรกรรมมันตกที่ลูกสาวตัวเองแล้ววววว
    ที่เค้าขอ 10 ล้านอ่ะ..เพราะเค้าเห็นริวขับเบ๊นซ์ทะเบียนตอง 7 ทะเบียนอย่าเดียวก็ซื้อมา 5 ล้านแล้ว..ถ้าริวจนแม่ยายก็คงไม่ขอหรอก..พวกไม่อ่านให้ละเอียด..แล้วมาวิจารณ์..แยมาก!
    คนเราก็แบบนี้ เอาดีเข้าตัวเอง แย่ว่ะ emotion
    หล่อแต่หน้าตาแต่หงัยเปงคนแบบนี้ไม่น่าเอาเปงเยี่ยงอย่าง
    มีความรับผิดชอบบ้างผู้ชายเจ้าชู้
    เรื่องมันผ่านมาแล้วก็ให้อภัยกันเถอะอย่าอคติเลยสงสารเด็กต้องการพ่อและแม่ จะเอาเงินต้ง 10 ล้าน ใครจะมีให้ริวก็ไม่ได้แสดงละครแล้วกะจะเอาให้ตายรึไง เงินนะคะไม่ใช่กระดาษจะได้หากันง่าย ๆ
    เรื่องของคนสองคนที่เดิน ร่วมทางกันมาแล้ว แยกทางกัน ถามนิด เหอะ 30k ไม่พอ เหรอ ครับงี้ไม่แต่ง หาไปเรื่อยๆ ไม่สบายกว่า หรือไง หว่่า หะหะ
    อ่านมาแรกๆ สงสาร แม่ยาย กับ คุณเก๋ แต่อ่านไปอ่านมา ชักจะหมั่นไส้ถ้ารายได้ไม่มียังจะไปซื้อของเล่นให้หลาน ชิ้นละหมื่น มาอ้างว่า เพื่อนๆ ของเด็กมีกลัวเด็กมีปมด้อย ท่าทางจะติดชีวิตหรูๆ แบบสมัยก่อนสินะ สปอย เด็กซะขนาดนี้บางครอบครัวรายได้ ไม่ถึง 30,000 ด้วยซ้ำ เค้ายังเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาย ให้โตมาได้สรุปแล้วก็ผิดทั้งคู่
    ดีนะที่นัทเลิกกะเต๋าก่อน เด็กrsเหมือนกันนี่!!
    น่าเห็นใจทั้งสองฝ่าย แต่สงสารเด็กมากกว่า คุณยายก็สอนหลานดีๆ อย่าใช้แต่อารมณ์ เด็กเป็นผ้าขาว ใส่แต่สิ่งดีๆ ให้เค้าทั้งสองคนจะดีกว่านะคะ ถึงพ่อเค้าจะไม่ดีก็อย่าสอนให้เค้าเกียจพ่อเค้าเลยนะคะ มันจะเป็นบาปกับเด็กในอนาคตเปล่าๆ นะคะ
    มองอย่างเป็นคนกลางชีวิตครอบครัวมันเป็นเรื่องคนสองคน คนหนึ่งออกสื่อพูดคนเดียว อีกคนออกสื่อก็อายเขา แม่ คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการออกมาป้องปกลูก มันไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์หรอกนะ เพราะมีหลายเหตุการณ์สำหรับสามีที่ไปมีครอบครัวใหม่ ส่งเสียครอบครัวเก่าไม่นานก็จะเลิกส่งและเงียบหายไป ผลสุดท้ายครอบครัวภรรยาเก่าก็ต้องเลี้ยงลูก การที่ตนเองขับรถราคาแพง แต่ลูกๆ ไม่กลับมาดูแล มันเป็นยังงั้นจริงๆ สำหรับผู้ชายที่ไม่รักภรรยาเก่าแล้ว ริวเองถ้ามาคุยกับผู้ใหญ่ให้รู้เรื่อง เคลียร์ปัญหาของตนเองกับภรรยาเก่าให้จบก่อน เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น emotion