สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน

เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา

  "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้"

ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร

  "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน"

ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง

  "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน"

คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม

  "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง"

พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง

  "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ"

แอบมีเสียความรู้สึกไหม

  "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต"

ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม

  "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว"

เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน

  "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย"

เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย

  "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย"

ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย

  "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง"

แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม

  "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย"

เครียดไหม

  "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้"

โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง

  "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย"

จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม

  "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ"

เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม

  "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว"

คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา

  "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง"

เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน

  "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน"

ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง

  "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น"

เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก

  "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า"

พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ

  "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน"

อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม

  "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว"

เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่

  "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี"

ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่

  "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย"

คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง

  "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป"

ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม

  "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ"

คุณแม่เป็นยังไงบ้าง

  "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ

แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม

  "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย"

ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า

  "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว"

เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม

  "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว"

เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม

  "ไม่เคยค่ะ"

แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม

  "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น"

เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย

  "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้"

เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้

  "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ"

เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย

  "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่"

เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย

  "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง"

เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ

  "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ"

อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!!

 

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

 

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

 

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

 

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

 

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

 



TAGS บันเทิง ดารา

เนื้อหาแนะนำ