ปุ๊กกี้ หมดหลายล้าน! ซึ้งน้ำใจเพื่อนดาราช่วยหลังป่วยหนักโรครุมเร้า ขอใช้ชีวิตที่เหลือให้มีค่าที่สุด!!

ปุ๊กกี้ หมดหลายล้าน! ซึ้งน้ำใจเพื่อนดาราช่วยหลังป่วยหนักโรครุมเร้า ขอใช้ชีวิตที่เหลือให้มีค่าที่สุด!!

ปุ๊กกี้ หมดหลายล้าน! ซึ้งน้ำใจเพื่อนดาราช่วยหลังป่วยหนักโรครุมเร้า ขอใช้ชีวิตที่เหลือให้มีค่าที่สุด!!
ปุ๊กกี้ หมดหลายล้าน! ซึ้งน้ำใจเพื่อนดาราช่วยหลังป่วยหนักโรครุมเร้า ขอใช้ชีวิตที่เหลือให้มีค่าที่สุด!!

        หายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไปนาน สำหรับอดีตนักแสดงสาวอารมณ์ดี ปุ๊กกี้ ชุลีพร ที่หายไปเข้าออกโรงพยาบาลเสมือนบ้านหลังที่ 2 เพื่อรักษาตัวหลังป่วยหนักด้วยหลายโรครุมเร้า ทั้งโรคเบาหวาน โรคไต โรคความดัน โรคโลหิตจาง ฯลฯ ล่าสุด สาวปุ๊กกี้ เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีในงานแถลงข่าวเปิดตัว บริษัท อิ่มบุญ โปรดักชั่น จำกัด ของนักแสดงรุ่นใหญ่ อำภา ภูษิต จึงได้ออกสื่ออัปเดตอาการป่วยซึ่งตอนนี้เสียค่ารักษาไปแล้วหลายล้านบาท ต้องดูแลตัวเองตามคำสั่งคุณหมออย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน บอกที่เห็นเธอยิ้มได้ร่าเริงแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ จะขอใช้เวลาที่เหลือให้มีค่าที่สุด พร้อมฝากขอบคุณทุกกำลังใจและน้ำใจอันดีจากเพื่อนดาราที่เคยหยิบยื่นเงินก้อนมาให้เป็นค่ารักษา จนถึงวันที่ทุกข์มากเพื่อนก็ไม่เคยทิ้งและห่างหายจากกันไปไหน

   

        "อาการดีขึ้นมากค่ะ เราทำตัวเหมือนคนปกติ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนป่วย แต่ว่าเราไม่อยากเป็นคนป่วย ก็พยายามทำตัวปกติให้มากที่สุด มันขึ้นอยู่กับใจด้วย เราพยายามทำใจให้เข้มแข็ง ฝึกใจมานานมากเลยตั้งแต่ป่วยหนักก็ยกจิตใจขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง หลายโรครุมเร้าเยอะค่ะ คนที่เป็นเบาหวานก็จะมีโรคแทรก เป็นโรคความดัน โรคไตต้องฟอกเลือด เป็นปลายประสาทอัตโนมัติเสื่อม โรคโลหิตจาง เป็นโรคตาโรคหูเยอะมาก ประมาณ 7 โรคที่เป็นโรคประจำตัว ทำให้การเล่นละครไม่สามารถเล่นแบบเดิมได้ เพราะงานละครเป็นงานหนัก เราจะต้องไปถ่ายตามที่ต่างๆ ที่มันร้อนมากๆ ผจญกับอะไรหลายอย่าง พอเป็นคนป่วยความสามารถมันไม่เท่าเดิม แต่จิตใจเท่าเดิม เพราะฉะนั้นบทที่ผู้จัดกรุณาให้เล่นคือบทที่ไม่ต้องไปตากแดด ปีนเขา ย่ำท้องนาขี้โคลน อยู่ในเมืองกรุงมากกว่า อย่างเช่นล่าสุดบ่วงหงส์ ป้าแจ๋วกรุณาให้เล่นอยู่ในเมืองก็ไม่เหนื่อย ละครไม่มีเยอะค่ะ มีผู้จัดที่ยังจำกันได้ก็กรุณาเรียกไปเล่น ก็มีน้องพุดเดิ้ล มีป้าแจ๋วค่ะ"

   

        "โรคที่เป็นมันไม่หายค่ะ เพียงแต่ว่ามันสามารถที่จะทรงตัวอยู่ได้ อย่างการฟอกเลือดก็ต้องฟอกอาทิตย์ละ 3 วัน วันละ 4-5 ชั่วโมงก็ว่าไป เดินทางก็เกือบหมดวันแล้ว แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับชีวิตนะคะ อยากบอกทุกคนที่เป็นโรคเยอะๆ แบบปุ๊กกี้ คือดูหน้าอย่างนี้เหมือนไม่เป็นโรค โรคทุกโรคมันทุกข์ทรมาน แต่ถ้าเราฝึกจิตใจให้มันนิ่ง ให้มันไม่ต้องสุข ไม่ต้องทุกข์มาก เราก็อยู่อย่างมีความสุขได้ ธรรมะเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเลย เวลาทุกข์มากๆ เวลาอาการกำเริบพร้อมๆ กัน ไม่มีที่พึ่งไหนดีเท่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์"

   

        "การพบแพทย์ เวลาเราฟอกเลือดนอนอยู่บนเตียงที่ศิริราชจะมีแพทย์เดินมาหาเราที่เตียง พี่ฟื้นตัวขึ้นมาเพราะบุคลากรของศิริราช เขาสนใจและห่วงใยมาก โรคนี้มันลึกเกินกว่าหลายๆ คนจะเข้าใจถ้าไม่เป็นนะคะ เพราะว่าคนข้างเตียงนอนฟอกเลือดกลับบ้านไปก็ตาย ไม่รู้ว่าพี่ปุ๊กกี้จะอยู่ได้นานอีกเท่าไหร่ เห็นยิ้มๆ ร่าเริงอย่างนี้ก็ไม่รู้จะไปเมื่อไหร่ เพราะทุกวันนี้ก็ทำชีวิตให้มันมีค่าที่สุดค่ะ ตั้งแต่เริ่มป่วย 11 ปี ไม่ออกทีวีเลย 7-8 ปี เข้มแข็งตั้งแต่ประมาณปีที่ 5-6 แล้ว มันเคยคิดอยากตายเลยนะ เพราะว่าคนเคยทำงาน 7 วัน แล้วอยู่ดีๆ เดินไม่ได้ ต้องนั่งวิลแชร์ 1 ปี เนื่องจากมันทรุดมาก ตาก็มองไม่เห็นจะบอด มันแย่มากเลย แต่ว่าเรากลับมาด้วยกำลังใจ ด้วยธรรมะ ด้วยน้ำใจของเพื่อนๆ พี่น้อง มันก็ยืนอยู่ได้ มันไม่มีอะไรเหนือความสามารถของมนุษย์ ถ้ามันมีความตั้งใจค่ะ คุณหมอสั่งดูแลตัวเองเยอะมาก พูดตอนนี้ชั่วโมงนึงก็ยังไม่จบ เพราะว่าโรคไตกินผักเขียวก็ไม่ได้ต้องกินผักสีขาว กินข้าวกล้องมีธัญพืชก็ไม่ได้ แทบจะกินอะไรไม่ได้ เพราะว่าอาหารมันมีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสอยู่ โรคไตไม่ถูกกับโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส ต้องควบคุมการกินอาหารมากยิ่งกว่าคนเป็นมะเร็ง"

   

        "กำลังใจจากเพื่อนๆ มีค่ะ อย่างเช่น รัดเกล้าเขาก็ไม่เคยทิ้งเลย เขาก็จะไลน์มาถามสารทุกข์สุกดิบเป็นน้องที่รักมาก แล้วก็มีเพื่อนกลุ่มในวงการหลายๆ คนที่ถึงแม้ปุ๊กกี้จะออกจากวงการไปพักนึง 7-8 ปีไม่เคยออกทีวีเลย แต่เขาก็ยังดีกับเรา ก็ยังได้เห็นสัจธรรมของชีวิตว่าเวลาเราตก ตกหมายถึงเจ็บหนักนะคะ ปุ๊กกี้ไม่เคยคิดว่าการไม่มีละครเล่นเป็นปมด้อย แต่ว่าเวลาชีวิตตกเพราะป่วยหนัก เพื่อนไม่เคยทิ้งเรา หลายๆ คนอย่างน้องท็อป ดารณีนุช น่ารักมาก"

   

        "เรื่องค่ารักษาพยาบาล เป็นคนเก็บตังค์ตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่วัยรุ่น ก็เก็บตังค์ในวงการบันเทิงได้เยอะพอสมควรเลยแหละหลายล้าน แต่ว่ามันก็เอาไปรักษาตัวเยอะมากเหมือนกันในระยะเวลา 7-8 ปีที่ไม่ได้มีงานเลย ก็เอามารักษาตัว เป็นคนไม่ประมาทกับชีวิต ก็ยังเอาสมบัติที่มีอยู่ไปซื้ออะไรมาเพื่อที่จะมารีโนเวทแล้วขาย ทำให้เงินมันงอกเงย เพราะว่าใช้เงินเยอะมาก มีครั้งนึงน้องท็อป ไปเรี่ยไรเพื่อนในวงการ มีนีโน่ พี่แหม่ม จินตหรา น้องแหม่ม สุริวิภา เยอะแยะไปหมด เอาเงินมาให้ตั้งแต่ปีแรกที่ป่วยประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท ตอนนั้นเรายังไม่ได้เดือดร้อนเลยนะคะ แต่ว่าเขาก็อุตส่าห์เอามาให้ เราก็รับด้วยความเกรงใจและซึ้งในน้ำใจ ไม่รู้จะตอบแทนยังไง เราก็ทำบุญใส่บาตรแผ่ส่วนกุศลที่เขาจดชื่อมา"

    

        "ค่าใช้จ่ายมันไม่เคยไม่พอ มันก็มีตลอด แล้วเงิน 5 หมื่นที่เพื่อนๆ ช่วยมาปุ๊กี้ก็ไม่กล้าใช้ มันไม่สบายใจจริงๆ เพราะไม่เคยรับเงินจากใครฟรีๆ ก็เลยเอาไปซื้อเครื่องออกซิเจนให้กับอโนเชาว์ ยอดบุตร มอบเงินให้กับพี่สาวเขาอีก 2 หมื่น แล้วก็พิมพ์หนังสือสวดมนต์อะไรแบบนี้ แล้วนีโน่เขาก็บอกให้เงินไปใช้ ไม่ได้ให้เอาไปพิมพ์หนังสือสวดมนต์ เขาก็ดุๆ เงินนั้นยังเก็บไว้เป็นขวัญถุงอยู่เลยค่ะ ซาบซึ้ง สิ่งนั้นเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ มันเป็นกำลังใจที่หล่อเลี้ยงเราว่ายังมีเพื่อนที่เขาห่วงใยเรา ก็ตั้งแต่ปีแรกที่ป่วย ที่เพื่อนๆ พี่น้องในวงการเขาเรี่ยไรเงินมาก็ขอขอบคุณมากๆ เลย มันเป็นหยาดน้ำทิพย์ชโลมใจ เหมือนต้นไม้ที่กำลังจะตาย แล้วมีน้ำฝนตกลงมามันทำให้ชุ่มชื่นขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เงินไม่ได้มากมาย แต่ที่มากมายคือน้ำใจที่น้องท็อปไปเรี่ยไรเพื่อนๆ มา ขอบคุณมากๆ เลย ขอบคุณจากใจนะคะ" ปุ๊กกี้ กล่าว

     

ปุ๊กกี้ ชุลีพร
ปุ๊กกี้ ชุลีพร

 

ปุ๊กกี้ ชุลีพร
ปุ๊กกี้ ชุลีพร

 

ปุ๊กกี้ ชุลีพร
ปุ๊กกี้ ชุลีพร

 

ปุ๊กกี้ ชุลีพร
ปุ๊กกี้ ชุลีพร

 

ปุ๊กกี้ ชุลีพร
ปุ๊กกี้ ชุลีพร

 

ปุ๊กกี้ ชุลีพร
ปุ๊กกี้ ชุลีพร

 


TAGS บันเทิง ดารา

เนื้อหาแนะนำ