ปีเตอร์ น้ำตาซึม! ได้เจอหน้าลูกอีกครั้ง กับ พลอย เลยจุดที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว

ปีเตอร์ น้ำตาซึม! ได้เจอหน้าลูกอีกครั้ง กับ พลอย เลยจุดที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว

ปีเตอร์ น้ำตาซึม! ได้เจอหน้าลูกอีกครั้ง กับ พลอย เลยจุดที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว
ปีเตอร์ น้ำตาซึม! ได้เจอหน้าลูกอีกครั้ง กับ พลอย เลยจุดที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว

        ตั้งแต่มีภาพพร้อมหน้าครอบครัวในวันเกิดครบ 3 ขวบของลูกชายคนโตอย่าง น้องแพนเตอร์ ทำเอาแฟนๆ หลายคนดีใจและลุ้นให้ความสัมพันธ์ของ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และภรรยา พลอย พลอยพรรณ กลับมาเหมือนเดิม และในช่วงที่ผ่านมา หนุ่มปีเตอร์ ก็มีเวลาได้ทำหน้าที่คุณพ่อช่วยดูแลลูกชายทั้งสองมากขึ้น ล่าสุดฝ่ายชายไปร่วมงาน "เผยผิวออร่า x3 กล้า...ท้าแดด กับ สก๊อตคอลลาเจน-โอร่า" จึงมีโอกาสบอกเล่าถึงบรรยากาศในครอบครัว หนุ่มปีเตอร์ ยอมรับว่าตัวเองถึงกับน้ำตาซึมด้วยความคิดถึงลูกๆ หลังจากที่ห่างหายไปนานแล้วได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ส่วนความสัมพันธ์กับ สาวพลอย ต่างคนต่างใจเย็นและได้คุยกันมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็เลยจุดที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว จึงหวังให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำหน้าที่พ่อแม่ของลูกให้ดีที่สุด เรื่องบ้านที่ประกาศขายก็ยังคุยกันอยู่ว่าอาจจะเก็บไว้ให้ลูก แต่เดือนนึงก็เสียค่าผ่อนหลักแสน เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านยังไม่ได้ตกลงกันเป็นกิจลักษณะว่าต่อเดือนจะให้เท่าไหร่ ตอนนี้คือมีเยอะให้เยอะ มีน้อยให้น้อยแล้วแต่รายได้ที่เข้ามา ส่วนเรื่องหย่าได้คุยกันบ้างว่าจะอะไรยังไง แต่ยังไม่อยากโฟกัสถึงตรงนั้น

    

         "ผมขอเล่าเลยแล้วกัน หลังจากที่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น ตอนนี้เราก็ใจเย็นกันมากขึ้น เริ่มคุยกันได้มากขึ้น ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะพอเราเริ่มคุยกันได้เราก็มีเวลาให้เด็กๆ มากขึ้น ซึ่งตอนนี้เราคุยกันไว้ว่าการที่เราทะเลาะกันมันไม่ได้มีอะไรดี เพราะมันก็จะทำให้เด็กๆ เขาสับสนซะเปล่าๆ จุดที่ทำให้เปลี่ยนความคิดต้องขอย้อนกลับไปนิดนึง คือผมจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเล่ารายละเอียดอะไรมากนักซึ่งเรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้ว แต่ผมก็ขอเล่าคร่าวๆ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ มันสามารถควบคุมได้ แต่ว่าตอนนั้นมันอาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้ไม่ลงตัว แต่มันไม่ได้หมายความว่ามีใครถูกหรือมีใครผิด ซึ่งตอนนั้นผมเลือกที่จะถอย และถือว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ยากมากสำหรับผม แต่หลายๆ คนกลับตีความไปว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งในที่สุดผมก็ต้องใช้เวลา แต่มันอาจจะนานมากไปหน่อย แต่ผมก็ขอยืนยันครับว่าที่ผมถอยไม่ได้แปลว่าผมทิ้ง ตอนนี้ต่างคนต่างใจเย็นลงและได้คุยกันมากขึ้น ทุกอย่างเลยได้มาโฟกัสที่ลูกเพื่อที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้กับเขา"

    

        "ช่วงนี้ได้เจอกันบ่อยขึ้น ต่างคนก็ต่างดีใจ ไม่ได้กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมครับ ต้องบอกว่าเรื่องระหว่างผมกับพลอยมันเลยจุดที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว ซึ่งพลอยเขาก็พูดเหมือนกัน แต่เราก็คุยกันไว้ว่าเราต้องใจเย็นให้มากขึ้นเพื่อสร้างอนาคตของลูก ใครที่กำลังมีปัญหาครอบครัว จะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ได้มันขึ้นอยู่กับคนสองคนจริงๆ ครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆ เราก็จะต้องทำหน้าที่พ่อแม่เพื่อลูก ยิ่งเราข้ามปัญหาที่มีระหว่างกันได้เร็วมากแค่ไหนเราก็จะยิ่งเดินหน้าได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น"

     

        "ส่วนเรื่องหย่า อย่างที่เคยบอกครับตอนนี้ต่างคนต่างก็ค่อนข้างยุ่ง แต่เราก็คุยกันอยู่ว่าจะอะไรยังไงเมื่อไหร่ เพียงแค่ตอนนี้เราอยากโฟกัสเพื่อลูกก่อน ก่อนหน้านี้นานๆ เราจะเจอกัน แต่มีอยู่วันหนึ่งที่ผมเองก็พยายามจะคุยกับพลอย บวกกับเราสองคนต่างก็ใจเย็นกันมากขึ้น มันก็เลยทำให้เราได้คุยกันว่าปัญหาที่มีอยู่ทั้งหมดคุยให้จบในวันนี้เลยดีกว่า จากนี้ไปเราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันอีก เพราะเราจะได้กลับมามีเวลาโฟกัสที่ลูก ซึ่งหลังจากนั้นเราก็พยายามทั้งคู่ที่จะเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นและหลายๆ อย่างมันก็เริ่มดีขึ้นตามมาเรื่อยๆ และพักหลังๆ พลอยเขาค่อนข้างเหนื่อย ผมก็เลยอาสาเข้าไปช่วยเลี้ยงลูกให้ อย่างช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาพี่เลี้ยงของเด็กๆ เขาลากลับบ้าน ผมก็เลยขอเข้าไปเลี้ยงลูกแทนซึ่งพลอยเขาก็โอเค คือตอนนี้ผมคิดว่าต่างคนก็ต่างน่าจะรู้สึกเหมือนกันว่าเราอยู่ด้วยได้ และทำหน้าที่ของพ่อและแม่ให้ดีที่สุด ผมอยากให้กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันครับ ถึงเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราก็คิดว่าเราจะทำหน้าที่พ่อกับแม่ให้ดี ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับลูก"

    

        "เรื่องบ้าน ตอนแรกผมก็คิดว่าจะขายบ้านครับ แต่ด้วยช่วงนี้พอมีงานเข้ามามากขึ้น ก็เลยคิดว่าจะเก็บบ้านนี้ไว้ให้ลูกดีกว่า แต่บ้านหลังนี้ผ่อนเดือนหนึ่งก็เป็นหลักแสนนะครับ ค่าใช้จ่ายก็เยอะพอสมควร ผมกับพลอยก็เลยยังคุยๆ กันอยู่ถึงเรื่องนี้ บ้านก็ยังเป็นชื่อผมครับ ผมคิดว่าผมกับพลอยน่าจะยังคุยกันได้นะ ผมดีใจมากที่ตอนนี้เราคุยกันแบบใจเย็น คุยกันแบบมีเหตุผล ค่อยๆ คุยกัน แถมตอนนี้ผมยังมีโอกาสได้เข้าไปหาลูกเรื่อยๆ ด้วยครับ ช่วงที่ห่างจากลูกไป พอได้กลับมาเจออีกครั้ง ก็คิดถึงมากเป็นพิเศษเลยครับ กระโดดกอด ขี่คอ (ยิ้ม) ส่วนตัวผมเองก็น้ำตาจะไหล ผมคิดว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ต้องเข้าใจความรู้สึกนี้ครับ"

    

         "ช่วงที่หายไปตอนนั้นมันก็กดดันนะครับ เพราะลูกๆ โตกันเร็วมาก ความผูกพันที่มีต่อลูกมันพิเศษ ไม่ว่าจะได้เจอหรือไม่เราก็คิดถึงกันตลอด ช่วงที่ตัดสินใจออกจากบ้านมันยากมาก แต่มันก็ทำให้ผมได้มีเวลาทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง และก็ยอมรับว่าตอนนั้นผมมีความติสท์สูงมาก ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่แค่พยายามคิดอะไรให้มันกว้างขึ้น เหมือนเรายอมรับอะไรหลายๆ อย่างได้ ตัวเราก็เลยสามารถข้ามปัญหานั้นๆ ได้ ซึ่งปัญหาแต่ละเรื่องมันก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน"

    

        "การที่คนเป็นสามีภรรยาต้องแยกจากกันมันเป็นเรื่องน่าเสียดายและน่าเสียใจมากครับ ถ้าย้อนกลับไปมันอาจเป็นอีกแบบหนึ่ง ถ้ามันเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริงๆ เราสองคนก็เปรียบเหมือนลิ้นกับฟันล่ะครับ เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านไม่ได้คุยกันเป็นกิจลักษณะว่าต่อเดือนต้องให้เท่าไหร่ ถ้าเดือนไหนมีเยอะผมก็ให้เยอะ เดือนไหนมีน้อยผมก็ให้น้อย รักครั้งใหม่เหรอ ผมคิดว่าตอนนี้รักแค่ลูกก็พอแล้วแหละ ผมคิดว่าอาจจะเปลี่ยนไปชอบผู้ชาย (หัวเราะ)" ปีเตอร์ กล่าว

     

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล
ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

 

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล
ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

 

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล
ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

 

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล
ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

 

วันเกิดน้องแพนเตอร์
วันเกิดน้องแพนเตอร์

 

ปีเตอร์และลูกๆ
ปีเตอร์และลูกๆ

 

ปีเตอร์และลูกๆ
ปีเตอร์และลูกๆ

 

ปีเตอร์และลูกๆ
ปีเตอร์และลูกๆ

 



TAGS บันเทิง ดารา

เนื้อหาแนะนำ