กลับเข้าวงการพร้อมลูก!! แม่อ้อยฟุ้ง พิ้งค์กี้ งานพุ่งหลังเลิกสามี

กลับเข้าวงการพร้อมลูก!! แม่อ้อยฟุ้ง พิ้งค์กี้ งานพุ่งหลังเลิกสามี

กลับเข้าวงการพร้อมลูก!! แม่อ้อยฟุ้ง พิ้งค์กี้ งานพุ่งหลังเลิกสามี
กลับเข้าวงการพร้อมลูก!! แม่อ้อยฟุ้ง พิ้งค์กี้ งานพุ่งหลังเลิกสามี

 
  
          เรียกว่ากลับมายืนอยู่ในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวแล้ว สำหรับนางเอกมากความสามารถอย่าง พิ้งค์กี้ สาวิกา หลังจากหย่าขาดกับอดีตสามี เพชร อิทธิ ไฮโซผู้ร่ำรวยแห่งเมืองพัทยา กลับมาคราวนี้ แม่อ้อย สรินยา เหนื่อยหนักพอๆ กับลูกสาวเพราะแว่วว่างานในวงการมะรุมมะตุ้มพุ่งใส่สาวกี้เยอะมว้ากกก คนเป็นแม่ต้องดูแลคิวกันไป เหนื่อยหน่อยแต่แฮปปี้มากถึงมากที่สุด เพราะได้ทำงานที่รัก ไม่ต้องนั่งๆ นอนๆ เป็นนกน้อยในกรงทอง เจอะเจอคุณแม่ที่มาดูแลสาวพิ้งค์กี้ใน งานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 วันนี้ (1 ธ.ค. 2560) ก็เลยได้พูดคุยถามไถ่กัน ซึ่งคุณแม่อ้อยก็ฟุ้งให้ฟังว่า

          "สภาพจิตใจพิ้งค์กี้ก็ปกติแล้ว ไม่ได้มีเรื่องอะไรที่ต้องมาคิดเยอะ ก่อนหน้านั้นเราให้กำลังใจลูกเราอยู่แล้ว เพราะว่าชีวิตคนเมื่อมีเหตุการณ์ที่มันเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความแน่นอน เราต้องเข้มแข็ง ต้องเดินหน้าไม่ต้องมองหลัง จำอะไรที่มันดีๆ อะไรไม่ดีก็อภัยให้กัน แม่สอนเขาแบบนี้ ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องครอบครัว มันมีดีและไม่ดี อย่าไปจำมัน เป็นคนที่ต้องทำงาน เรารักตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องไปพาดพิงถึงใคร (หลังหย่างานติดต่อเข้ามาเยอะไหม?) โอ๊ย...ทำไม่ไหวเลยจริงๆ ก่อนหน้านั้นแม่ก็ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ แม่มีงานส่วนตัวทำ ไม่ใช่ว่ามาคอยลูกอย่างเดียว 3 ปี แม่ต้องทำโน่นทำนี่ อะไรที่เป็นการดำรงชีวิตต่อไป แต่ลูกเขาก็ไม่เคยละทิ้งแม่ เขาดูแลแม่มาตลอด กี้ดูแลเหมือนที่ยังไม่แต่งงาน ทางลูกเขยเก่าเราเขาก็ดูแลเราดี ไม่ได้ทำอะไรให้เราต้องลำบาก ตอนนี้ไม่มีการติดต่อกันเลย จบแล้วไม่ได้คุยอะไรกับเขาแล้ว
          แม่จะไม่พูดร่ำไร แม่เป็นคนนิสัยเหมือนผู้ชาย การที่จะมาพูดเรื่องอะไรที่มันผ่านมาแล้วบ่อยๆ มันไม่ดี ไม่ต้องไปย้ำคิดย้ำทำ ไม่ต้องไปนั่งพาดพิงถึงใคร มีแต่วันนี้เราไปทำงานอะไร รับงานอะไร กลับมาเหนื่อยก็นอนพัก กลับมาอยู่กับครอบครัวตามปกติ ไม่ต้องไปพูดเรื่องเก่าๆ วันที่กี้ตัดสินใจจะเดินออกมา แม่บอกให้คิดก่อน ไม่ใช่ไปบอกว่าต้องแบบนั้นแบบนี้ มันเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นการเปลี่ยนชีวิตคน หมายถึงว่ามันเป็นเรื่องของเขา เราก็สอนลูกว่าเราต้องอดทนไป แต่ว่าอะไรที่มันบ่อยๆ ต่างคนก็ต่างไปดีกว่า จะได้มีความสุข เขามีความสุขเราก็มีความสุข แม่ก็ให้เขาคิดเอง (พิ้งค์กี้ไม่ได้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจหย่าใช่ไหม?) ไม่ๆ กี้เป็นคนอดทนในหลายๆ เรื่อง เขาไม่ใช่คนโวยวาย แต่ถ้าเขาตัดสินใจดีแล้ว ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เขาเลือกแล้ว เราเคารพในการตัดสินใจลูก
          กลับมากี้ก็ทำงานเหมือนเดิม จะมานอนตื่นสายไม่ได้ เวลาอยู่บ้านแฟนเขาจะตื่นกี่โมงก็ได้ตรงนั้นมันสบาย มีคนคอยดูแลไม่ได้ลำบากอะไร แต่พอกลับมาอยู่ตรงนี้ กลับมาทำงานเหมือนนับหนึ่งใหม่ ต้องใจสู้ เด็กรุ่นใหม่ก็มีเยอะ ต้องให้กำลังใจตัวเอง แต่โชคดีคนรอบข้างยิ้มรับเรา ผู้ใหญ่โทรถามว่าเราเป็นยังไง เดี๋ยวเราช่วยกัน ทั้งแฟชั่น ละคร แรกๆ น้ำตาซึมว่ากลับมาแล้วจะมีงานทำหรือเปล่า แต่พอกลับมามีงานเยอะ ทั้งงานที่ไทยและเมืองนอก ตอนนี้วางแผนยาวไป 2 ปีแล้ว วางระบบรับงานแล้ว กี้เป็นคนมีความสามารถ การทำงานมีระเบียบวินัย และเขาทำงานตรงนี้มานาน ไม่ต้องมาเทรนใหม่ (ย้อนกลับไปก่อนแต่งพิ้งค์กี้กำลังดังเลย?) อย่าไปพูดถึงเรื่องเก่าๆ เพราะตอนนั้นที่ให้แต่ง แม่ก็อยากให้เขาสบาย แต่พอคนเราสองคนมาอยู่ด้วยกัน ทัศนคติมันต่างกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาของการแต่งงาน ทุกวันนี้มีคนหย่ามากมายเพราะคบกันมา 10 ปี แต่งไปปีเดียวยังเลิกเลย ลูกเราก็ทำดีที่สุดแล้ว แฟนเขาก็ดี แต่มันเป็นเรื่องความคิดมากกว่า
          (ลือกันว่าผ่อนบ้านหมดแล้วเลยหย่า ทิ้งแม่ทิ้งผู้จัดการ โดนกีดกัน?) เครียดนะ แต่ข่าวลือมันไม่จริงนะ สำหรับแฟนกี้ในส่วนที่ดีเขามีนะเยอะ แค่เรื่องของความคิดเขาเป็นคนตรง มันเป็นความคิดที่ถูกต้องนะ แต่เหมือนเราเป็นคนสบายๆ กินง่ายอยู่ง่าย คนสองคนมีพื้นฐานอะไรมาต่างกัน มันเรื่องยิบๆ ท้องเขาก็อยาก หาหมอหาอะไรอยู่ แต่เรื่องทำธุรกิจ สามีก็ทำสิ เขาเก่งทางนั้น เรามีอาชีพเกิดมาเป็นนักแสดง ดูบทแค่ 5 นาที ก็จำได้หมด จะให้เขาไปดูตัวเลขมันก็ยากอยู่นะ โอ้ยยย...พูดแล้วมันก็ยาก ชีวิตการสมรส จริงๆ ไม่มีใครบังคับใครได้หรอก ในเรื่องของการสมรสนะ อยู่กันได้ถึง 3 ปี ปรับตัวได้เกือบหมดแล้ว คนเราถ้าทนกันไม่ได้ 3 เดือนก็เลิกกันไปแล้ว แต่มันมีรายละเอียดในเรื่องส่วนตัวของเขาจริงๆ
          (พิ้งกี้ปรับตัวกับคำว่าแม่ม่ายได้หรือยัง?) ยังเป็นนางสาวอยู่ เป็นแม่ม่ายอะไรกัน เขายังไม่ได้จดทะเบียนอะไร ตอนแรกเขาก็ว่าจะจดแหละ แต่คงติดเรื่องการค้าเรื่องอะไรเลยยังไม่จด รอให้พร้อมก่อน พอดียังไม่ได้พร้อม ก็เหมือนเขายังไม่ได้แต่งแหละ ยังเป็นนางสาวอยู่ กลับมาคราวนี้รับงานปกติเลย มีหลากหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อะไรที่ทำได้ดูแล้วเหมาะกับเราก็ค่อยๆ ทำไป ภูมิใจนะกลับมามีคนต้อนรับ ขอบคุณทุกคนในวงการ ขอบคุณประชาชนทุกคน เราอย่าไปว่าเราเก่งเลย เราไม่เก่งหรอก กี้ยังบอกว่ากลับมาเขาก็ต้องพัฒนาตัวเองไม่อย่างนั้นอายเด็กรุ่นใหม่ เดี๋ยวเขาจะว่าเรา กี้ไปเรียนการแสดง เรียนคิวบู้ เรียนภาษา เขาไม่ได้เก่งเหนือฟ้าเหนือฝนอะไร ต้องฝึกๆ ไป อย่าละเลยที่จะพัฒนาตัวเอง ว่างๆ เขาก็ไปออกกำลังกาย บ้าไปแล้วเนี่ย (ลูกเขยคนใหม่จะเอานักธุรกิจอีกหรือนักแสดงดี?) เอาใครก็ได้ที่เป็นคนธรรมดา ที่แบบหิวอันนี้เราก็ไปกินอย่างนี้ ง่ายๆ คุยกันรู้เรื่อง (แม่เหมือนได้กลับเข้าวงการพร้อมลูก?) ชีวิตแม่ก็อยู่ตรงนี้แหละ 3 ปี ก่อนหน้านี้ตื่นสาย ตอนนี้กลับมาตื่นเช้าเหมือนเดิมแล้ว ก็หลอนๆ อยู่” แม่อ้อยกล่าว

 

 

 

แม่อ้อย สรินยา
แม่อ้อย สรินยา

 

แม่อ้อย สรินยา
แม่อ้อย สรินยา

 

แม่อ้อย สรินยา
แม่อ้อย สรินยา

 

แม่อ้อย สรินยา
แม่อ้อย สรินยา

 

 



TAGS บันเทิง ดารา

เนื้อหาแนะนำ