วีเจจ๋า พูดถึงโรคซึมเศร้า ครั้งแรก! หลังสูญเสียน้องสาว

วีเจจ๋า พูดถึงโรคซึมเศร้า ครั้งแรก! หลังสูญเสียน้องสาว

วีเจจ๋า พูดถึงโรคซึมเศร้า ครั้งแรก! หลังสูญเสียน้องสาว
วีเจจ๋า พูดถึงโรคซึมเศร้า ครั้งแรก! หลังสูญเสียน้องสาว

  ข้อคิดดีๆ จากประสบการณ์ตรง ครั้งแรก! ของการพูดถึง "โรคซึมเศร้า" หลังสูญเสียน้องสาวไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง วีเจจ๋า ดร.ณัฐฐาวีรนุช ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่มีคนใกล้ชิดป่วยเป็นโรคนี้ ถึงแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ก่อนที่จะสายเกินไป เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีข่าวคราวการสูญเสียด้วยการฆ่าตัวตาย จากอาการป่วยของโรคซึมเศร้าอยู่ทุกปี และวันนี้ วีเจจ๋า คนนึงที่เคยสูญเสีย ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า....

  "ถ้าจะมีใครสักคนพูดถึงเรื่องโรคซึมเศร้า ที่มีกรณีน่าเศร้าเกิดขึ้นหลายๆกรณี ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จ๋าคิดว่า จ๋าน่าจะเป็นคนหนึ่งที่เหมาะสมที่สุด

  หลายคนคงจำได้ ว่าจ๋าได้ผ่านการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมาเมื่อปีที่แล้ว น้องสาวที่จ๋ารักที่สุดฆ่าตัวตาย... ก่อนหน้านี้ จ๋าคงเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน จ๋าไม่พูดหรอกคำนี้ มันเศร้าค่ะ พูดทุกครั้ง มันสะเทือนใจมันเสียน้ำตา มันเจ็บ

  แต่วันนี้ จ๋าขอจะแชร์ เพื่อจะให้ความรู้กับทุกคนที่อาจต้องรับมือกับโรคนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม จ๋ามีน้องคนเดียว ครอบครัวเราสนิทกันมาก รักกันมาก และพวกเรา ดูแลกันดีเหมือนดูแลชีวิตของตัวเอง ไม่มีอะไรที่น้องอยากได้ แล้วพวกเรา พ่อ แม่ พี่ จะไม่ให้ หรือไม่ช่วยกันทำ ถ้ามันเป็นเรื่องที่ดี ที่ควร เพราะฉะนั้นทุกคน มองว่าชีวิตของน้องสมบูรณ์แบบ

  น้องจูน เป็นคนน่ารัก สดใส ร่าเริง เป็นที่รักของคนทั่วไปและเพื่อนๆทุกคนรักน้องมาก น้องเป็นคนเรียนเก่ง ทำงานดี พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและเยอรมันอย่างแตกฉาน น้องมีคนรักที่ดี เป็นถึงกัปตันสายการบิน ดูแลดีมาก ไม่เจ้าชู้เลย และมีแพลนจะแต่งงานกัน แล้วทำไม น้องจูนถึงตัดสินใจทำแบบนั้น?

  คำตอบตอนนั้น จ๋ามืดแปดด้าน จ๋าไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงไปได้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง จ๋าแทบจะไม่ค่อยมีความรู้หรือได้ยินคนพูดหรือให้ความสำคัญเรื่องโรคซึมเศร้ามากนัก แต่พอเกิดกับตัวเรา และมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของเราและเรื่องของคนอื่นๆ จ๋าก็ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับโรคนี้มาอย่างต่อเนื่อง

  และยิ่งตกใจ เมื่อรู้ว่า คนรอบตัวของจ๋า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หลายคน เพื่อนเรา น้องที่เราสนิท น้องของเพื่อน ญาติเรา... ทำไมคนถึงเป็นโรคนี้กันมากมาย แล้วเราต้องทำยังไง??? สิ่งที่จ๋าเขียน ไม่ได้อิงบทความทางวิชาการ แต่บอกเล่าจากเรื่องที่เกิด และสิ่งที่เคยอ่าน

  คนที่เป็นโรคซึมเศร้าเราอาจเคยมองว่า เฮ้ย มันจะอะไรขนาดนั้น เว่อร์ไปไหม ที่จะมาเศร้าดิ่งอะไรกับเรื่องเล็กๆ ทำไมถึงลุกขึ้นมาใหม่ไม่ได้วะ ชีวิตแกก็ดีอยู่แล้ว ไร้สาระว่ะ คนอื่นทุกข์กว่าตั้งเยอะเค้ายังผ่านไปได้ บางคน คงเคยเจอเพื่อนมาปรับทุกข์ มาดาวน์ใส่ มาร้องไห้
มาบ่นว่าอยากตาย บางคน อาจคิดว่า เค้าแค่เรียกร้องความสนใจ

  เพราะสิ่งที่เราเห็น ปัญหาเค้ามันไม่ได้ใหญ่อะไรสักหน่อย เราอาจแค่พูดว่า... สู้ๆนะแก เอาน่าเดี๋ยวก็ดี ช่างแม่งเหอะ เดี๋ยวก็ผ่านไป คิดเรื่องอื่นดิวะ หรือร้ายไปกว่านั้น... มึงบ้ารึเปล่า?

  จ๋าเอง เป็นคนหนึ่งซึ่งทุกข์ทรมานกับการโทษตัวเองหลังจากที่เราแก้ไขอะไรไม่ได้ จ๋าเคยเป็นคนหนึ่งซึ่งเคย เอาแต่ให้กำลังใจ และช่วยหาทางแก้ นำเสนอมุมมองในแง่บวก อาสาช่วยเหลือในสิ่งที่คิดว่าจะทำให้เค้าดีขึ้น ซึ่งมันไม่พอ.....

  หาหมอค่ะ รักษา ใช้ยา บำบัด กำลังใจ เล่นกีฬา ทำทุกอย่าง ทำให้สม่ำเสมอ อย่าปล่อย อย่าตามใจ ว่าเออ ไม่ต้องกินยาก็ได้ อย่าไปตามใจเค้าถ้าเค้าบอกไม่อยากหาหมอ เดี๋ยวก็ดีขึ้น อย่าไปเชื่อ อย่าใจอ่อน อย่าไปให้เค้าทนให้อะไรๆมันผ่านไปเอง มันไม่ดีขึ้นค่ะ บทเรียนมีให้เห็นมากมาย และมากขึ้นเรื่อยๆจริงๆ

  ทุกวันนี้ เราเศร้ากันง่ายขึ้น สังเกตไหม เราดาวน์กันง่ายมาก จากทั้งสารเคมีในสมอง จากทั้งจิตใจตัวเองที่อ่อนแอ จากการเปรียบเทียบ รู้มั้ย การเล่นโซเชียลมากๆ ก็ทำให้เราจิตตกได้ง่าย หลายต่อหลายครั้ง ที่เราเห็นภาพความสุขของคนอื่นผ่าน facebook IG แล้วคิดว่า ทำไมชีวิตเราไม่ดีเหมือนเขา เห็นคนสวยคนหล่อเต็มโลกโซเชียล แล้วเห็นว่าตัวเองด้อย เห็นคนประสบความสำเร็จ มีเงินร่ำรวย แล้วเห็นตัวเองเป็นคนขี้แพ้ ชีวิตไม่มีค่า...

  อะไรที่เราอยากทำ คนอื่นก็ทำไปหมดแล้ว อะไรที่เป็นความฝัน ก็มีคนที่ทำได้ดีกว่า โลกโซเชียลมันดึงให้เราดาวน์ได้ง่ายมากจริงๆ หรือแม้แต่อีกด้าน เราเสพข่าวความโหดร้าย ความหดหู่ของสังคม เราก็จิตตก ทุกอย่างมันถาโถมประดังเข้ามาไม่หยุดในยุคนี้ เราต้องรู้ให้ทันมัน อย่าให้ตัวเองเป็นเหยื่อของการไหลของตัวเราเอง

  กรณีน้องสาวของจ๋า สาเหตุของน้อง เกิดจากความเจ็บป่วยทางกายที่รุมเร้ามาหลายๆโรค ซึ่งเรามองว่า มันรักษาได้ แต่ตัวเค้าเอง เคยมีร่างกายที่แข็งแรง เคยไปเที่ยวรอบโลก อยากทำอะไรก็ได้ทำ แต่การที่เค้าต้องพักงานเป็นเวลานาน เป็นเหตุผลหนึ่งที่เค้าเครียดมากจนมีผลให้สารเคมีในสมองไม่ปกติ และเป็นโรคซึมเศร้า และกำลังทำการรักษา

  แต่น้องจ๋าเป็นคนหนึ่งซึ่งปฏิเสธการทานยา เพราะบอกว่าทานแล้วปวดหัวมาก แล้ววันหนึ่ง เราก็ช่วยเค้าไม่ได้ เราช่วยเค้าไม่ทัน และเราก็เสียใจมาก และไม่มีทางที่เราจะเหมือนเดิม

  จ๋าขอฝากไว้นะคะ นี่เป็นครั้งแรก ที่จ๋าพูดถึงเรื่องนี้ จากคนที่ทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย ซึ่งมีอีกหลายคน ที่กลายเป็นซึมเศร้าเองด้วย ไม่ว่าคุณจะเข้าใจเค้าหรือไม่ก็ตาม อยากให้คุณรู้ว่า สิ่งที่เค้าเป็น มันไม่ได้เล็ก มันไม่ได้เป็นเรื่องปกติ ที่ก้าวข้ามเองได้ มันไม่ได้หายการให้แค่กำลังใจ มันมากกว่านั้น ใหญ่กว่านั้น ซีเรียสกว่านั้น รู้ให้ทันมัน แก้ไขเรื่องให้ทันเวลา อย่าให้มันสายเกินไปนะคะ" วีเจจ๋า

ขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากไอจี @vj_ja

 

 

วีเจจ๋า
วีเจจ๋า

 

วีเจจ๋า
วีเจจ๋า

 

วีเจจ๋า
วีเจจ๋า

 

 



TAGS บันเทิง ดารา

เนื้อหาแนะนำ