สักวันหนึ่ง Clash จะกลับมา!!  แบงค์ ปรีติ เผยโมเม้นต์ในชีวิตสุดดาร์ก

  กลับมาให้ได้เชยชมกันอีกรอบแล้วสำหรับซีรีส์ขวัญใจคนดูเรื่อง หัวใจและไกปืน ทางช่อง MONO29 ซึ่งออนแอร์ทุกวันจันทร์ - อังคาร และตอนนี้กำลังเข้มข้นสุดๆ ส่วนพระเอกของเรื่องก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือหนุ่ม แบงค์ ปรีติ บารมีอนันต์ หรือ แบงค์ Clash นั่นเอง ที่เจ้าตัวเรียกกระแสกรี๊ดจากสาวๆ ได้เป็นอย่างดีกับบท ราเชนทร์ พระเอกของเรื่อง ซึ่งวันก่อนโน้นได้มีโอกาสเจอกับหนุ่มแบงค์ จึงได้ถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตที่น่าสนใจของเจ้าตัวมา ซึ่งต้องบอกว่ากว่าจะมาเป็น แบงค์ Clash ได้เหมือนทุกวันนี้ หนุ่มแบงค์ต้องผ่านโมเม้นต์ในชีวิตสุดดาร์กมาอย่างมากมาย จะเป็นยังไงไปฟังกัน......

โมเม้นต์ที่แฮปปี้ที่สุด
  
เป็นตอนที่ซื้อบ้านหลังแรกให้พ่อกับแม่ คือบ้านที่กำลังอยู่ปัจจุบันนี่แหละครับ ผมซื้อตอนประมาณ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนแรกผมไม่มีบ้านอยู่ เพราะว่าตอนนั้นทางบ้านลำบาก แล้วผมก็รูสึกดีใจที่สามารถซื้อบ้านให้พ่อแม่และครอบครัวได้

โมเม้นต์เศร้าๆ
  
ตอนแม่เสียครับ เมื่อ 9 ปีที่แล้ว คือผมเคยเสียคุณปู่ไป แต่ก็ไม่คิดว่าจะเสียคุณแม่ที่ใกล้ชิดกับเราอีกคนไปเร็วขนาดนี้ ซึ่งผมก็เตรียมใจไว้แล้วว่าสักวันแม่ควรต้องไป แต่ผมก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ดี

โมเม้นต์เกรียนๆ
  
สมัยเรียนตอนนั้นก็ธรรมดาของเด็กผู้ชายทั่วไปเลยครับ ไม่เข้าเรียน โดดเรียนแล้วไปเล่นเกมส์  พอเข้าไปเรียนอีกทีก็ประมาณบ่ายโมง ผมกับเพื่อนจะชอบปีนกำแพงเข้าข้างหลังสหกรณ์โรงเรียนครับ คือมันจะเป็นมุมลับที่อาจารย์ไม่ค่อยไป พอผมกับเพื่อนข้ามไปปุ๊บก็ทำท่าเดินเหมือนมาเรียนตั้งแต่เช้าแล้วอะไรอย่างนี้ ถ้าไปตอนพักเที่ยงก็จะดีครับ เพราะว่าเวลาพักเที่ยงคนก็จะเยอะสักหน่อย (หัวเราะ)

โมเม้นต์สับสน
  
สับสนทางเพศอย่างนี้หรอ (หัวเราะ) ไม่มีนะชีวิตผมไม่เคยมีความสับสนอะไร ผมชัดเจนทุกอย่าง เพราะผมเป็นคนคิดเยอะก่อนค่อยทำ แต่ถ้าเป็นโมเม้นต์ที่ต้องเลือกอาจจะเป็นช่วงที่ประกวด Hot wave music award ตอนนั้นประมาณปี 2542 มีค่ายเพลงติดต่อกันมาเยอะมาก แล้วเราก็ต้องเลือกว่าเราไปอยู่ที่ไหน สุดท้ายก็มาอยู่แกรมมี่ครับ และผมก็คิดว่าเลือกถูกแล้ว เพราะเขาทำให้เราสามารถดูแลครอบครัวได้

โมเม้นต์ชิวๆ
  
ผมชิวทุกวันเลย ถ้ามีเวลาว่างผมก็จะอ่านหนังสือ ซึ่งผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก เพราะติดจากคุณพ่อ คือคุณพ่อผมจบ ป.4 แต่อ่านหนังสือพิมพ์ทุกหน้า แล้วผมก็อ่านทุกหน้าเหมือนกันกับพ่อ แต่ผมเลิกอ่านหนังสือพิมพ์แล้วนะ เพราะเรื่องเลวร้ายทุกวันนี้มันเยอะมากเลยไม่อ่านดีกว่า

ป๊อปปี้เลิฟวัยเด็ก
  
ตอนนั้นผมอายุประมาณ 16 ปี อยู่ ม.4 ไปตามจีบสาว ก็แฟนคนแรกนั่นแหละ (หัวเราะ) ผมตามจีบเขา ทั้งส่งจดหมาย ทำไดอารี่ เอารูปเขากับรูปเรามาแปะแล้วเขียนความในใจไปให้เขา ผมก็เป็นคนโรแมนติก (หัวเราะ) ไม่งั้นเขียนเพลงไม่ได้นะ ซึ่งตอนนั้นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมเริ่มเขียนเพลงด้วยแหละ อย่างเพลง กอด ที่หลายคนรู้จัก เพลงแรกอัลบั้มชุดแรกก็เขียนให้แฟนคนนี้เลย

โมเม้นต์ดาร์กๆ ในชีวิต
  
เป็นช่วงที่พ่อหนีไปพม่าหรือกัมพูชา นี่แหละครับ ผมจำไม่ได้ เขาเป็นหนี้ประมาณเป็นสิบกว่าล้าน ครอบครัวผมก็อยู่บ้านโดยที่ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ แบบนี้ประมาณ 2 เดือน จุดเทียนเอา น้ำก็ขอข้างบ้านใช้ ตอนนั้นอายุสักประมาณ 8 ขวบ แต่ที่เราผ่านจุดนั้นมาได้เพราะผม ดันมีความคิดในใจว่า ไม่ว่าที่บ้านจะลำบากยังไง ในฐานะที่ผมลูกคนโต ผมไม่สามารถล้มได้เลย เพราะในอนาคตเราก็ต้องมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ซึ่งผมคิดเสมอว่า เราทำได้และความมั่นใจมันจะเข็นเราไปเอง (ยิ้ม)

แพลนอนาคตตัวเองยังไง
  
สักวันหนึ่ง Clash ก็คงกลับมาทำเพลงกันยาวๆ ร้องไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ซึ่งผมคุยกับเพื่อนไว้แล้ว กลับมาแน่นอนครับและถ้าแพลนอนาคตที่ไม่เกี่ยวกับวงการผมก็อยากจะทำรีสอร์ทเล็กๆ ตอนนี้ผมได้ซื้อที่ ที่ อ.แม่สอด ไว้ก็อยากจะไปทำ คือผมเป็นคนที่ในชีวิตจริงไม่ได้ใช้ตังค์เยอะ ไม่ฟุ่มเฟือย เบื้องหลังศิลปินก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผมก็อยากอยู่อย่างสงบในบั้นปลายชีวิตครับ  

แบงค์ ปรีติ
แบงค์ ปรีติ

 

แบงค์ ปรีติ
แบงค์ ปรีติ

 

แบงค์ ปรีติ
แบงค์ ปรีติ

 

}