โอ วรุฒ พ้อหมดตัว! ไม่มีปัญญาส่งเสียลูกชาย ให้เรียก "ลุง"
โอ วรุฒ พ้อหมดตัว! ไม่มีปัญญาส่งเสียลูกชาย ให้เรียก
โอ วรุฒ พ้อหมดตัว! ไม่มีปัญญาส่งเสียลูกชาย ให้เรียก "ลุง"

โอ วรุฒ พ้อหมดตัว! ไม่มีปัญญาส่งเสียลูกชาย ให้เรียก "ลุง"

 

        ฟังข่าวแล้วช็อกไปชั่วขณะ เมื่ออยู่ดีๆ อดีตพระเอกดังของเมืองไทย โอ วรุฒ วรธรรม ก็ออกมาประกาศว่าอยากให้ น้องแอร์บัส ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเรียกตนว่า "ลุง" ทำเอามึนกันค่อนประเทศ มาวันนี้ โอ วรุฒ เดินทางมาเปิดใจในรายการ "ข่าวช่อง 2" ช่วงเจาะบันเทิงร้อน และรายการ “จุดเดือด” ช่อง 2 บันเทิงมาเต็ม (หมายเลข 38) ยอมรับว่า ที่ให้ลูกเรียกลุง เพราะตนไม่มีปัญญาส่งเสียเลี้ยงดูและไม่ได้เจอกันนานนับปีแล้ว โดยหวังอยากให้ลูกมีความสุขกับครอบครัวใหม่ เนื่องจากพ่อไม่มีงาน ไม่มีรายได้ ปัญหาการเงินรุมเร้า ต้องทยอยขายทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิต!!



 

        "ที่ให้ลูกเรียกว่าลุง คือจริงๆ แล้วไม่ได้อยากให้เขามาเรียกเราว่าลุงหรอกครับ คืออยากให้เขามีความสุขกับครอบครัวใหม่ของเขา แทนที่เขาจะยึดติดอยู่กับคนนี้ว่าเป็นพ่อเขานะ ถ้าอย่างนั้นความรักในครอบครัวเขามันจะไม่สนิทสนมกันอย่างเต็มที่"

 

        "ก็ได้ถ้าเขาจะเรียกเราว่าพ่ออยู่ แต่ว่าถ้าเด็กเขายังไม่มีความคิดอะไรที่มันมากมายจนเกินไป เขาอาจจะลืมๆ มันไปได้ คือผมอยากให้ครอบครัวเขาอยู่กันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น โดยที่ลูกจะต้องนึกว่าคนนี้ไม่ใช่พ่อ แล้วพ่อจริงๆ คือคนนี้"

 

        "ที่คิดแบบนี้ไม่ได้น้อยใจ แต่ตัวเองอยากจะให้ครอบครัว ครอบครัวหนึ่งมีความสุขอยู่กันอย่างอบอุ่น ไม่กลัวว่าวันหนึ่งลูกจะน้อยใจด้วยอายุ ผมว่าเขาคงจะจำอะไรไม่ได้นะ ตอนนี้ประมาณ 6-7 ขวบ แต่ว่าสักวันหนึ่งเขาก็คงรู้อยู่ดีอะเนอะ ว่าเราเป็นพ่อ ก็แล้วแต่เขา เขาอยากเรียกอะไรก็เรียก (หัวเราะ)"

 

        "พักหลังนี่ไม่ได้เจอกันนานแล้วครับ เป็นปีๆ แล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูลูกก็ไม่ได้รับผิดชอบแล้ว อันนี้ก็เป็นความจริง ที่สำคัญเลยคือตอนนี้เราไม่มี ไม่มีเงินพอที่จะช่วยเหลือ หรือไปจุนเจือให้เขาได้มากเหมือนสมัยก่อน คือตอนนี้ตัวเองยังเอาตัวไม่ค่อยจะรอดเลย แล้วอีกอย่างหนึ่งทางแฟนใหม่ของอดีตภรรยาก็ค่อนข้างจะมีฐานะ"

 

        "ไม่ได้ดูแลเรื่องนี้นานแล้วครับ ก็ตั้งแต่ไม่มีงาน เริ่มตกงานมาประมาณ 2 ปี คือทางอดีตภรรยาเขาก็เข้าใจดี เขาก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรเรา เพราะว่าเขาก็ทราบอยู่แล้วว่าตอนนี้เราแย่มากถึงแย่มาก เพราะเราไม่ได้ดูแลแล้ว เลยไม่อยากให้เรียกว่าพ่อ ก็ด้วยส่วนหนึ่ง ถ้าเขารับได้กับครอบครัวใหม่ของเขา ผมก็อยากให้ครอบครัวเขาเป็นครอบครัวที่เป็นปึกแผ่น เป็นพ่อเป็นลูกกันจริงๆ เลย"

 

        "ทุกวันนี้รายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากรายการที่ถูกรับเชิญมาอย่างนี้แหละ คือมันไม่มีรายได้ประจำ เดือนนี้เราจะไม่รู้ตัวเลยว่า เราจะมีเงินกิน มีเงินใช้แค่ไหน จะมีเงินพอที่จะไปจ่ายดอกเบี้ยไหม หรือว่ามีเงินพอที่จะจ่ายค่าเช่าบ้านหรือเปล่า ตอนนี้รายจ่ายต่อเดือนอย่างน้อยอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 สูงนะสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะมีงานหรือเปล่า"

 

        "อย่างเดือนที่ผ่านมาไม่มีงานเลยก็เมื่อสักปีที่แล้ว ในช่วงที่ดื่มหนักนั่นแหละ คือมันไม่มีงานเลย ตื่นมามันก็คิดอะไรไม่ออก ตื่นมาฉันจะทำอะไรเนี่ย วันนี้คนเคยทำงานทุกวัน ที่ผ่านมา 20 เกือบ 30 ปีเนี่ยผมทำงานทุกวัน ตื่นขึ้นมาสมองไม่คิดอะไรเลย อาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน แล้วอยู่ดีๆ วันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วเราไม่มีที่จะไป มันก็หันไปกินเหล้า"

 

        "พอไม่มีงาน ไม่มีเงิน ก็เริ่มทยอยทรัพย์สมบัติที่มีทั้งหลายแหล่ โดยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่เก็บเงินสด จะเก็บอะไรที่มันเป็นทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ เก็บเพชร เก็บทอง ซื้อเรือยอร์ช ซื้อที่ที่เชียงใหม่ เชียงราย ซื้อรถหลายๆ คัน ที่พูดมาทั้งหมดนี้ขายหมดแล้ว ตอนนี้เหลือบ้านที่เชียงใหม่หลังเดียว บ้านที่กรุงเทพตอนนี้เช่าเขาอยู่"



 

        "พวกแหวนเพชรที่เราเอาไปจำนำ ก็จะเป็นหนี้ที่เราเอาไปจำนำ เพราะเรายังมีความหวังว่าคือยังไงมันเสียดาย กับเพชรพลอย กับอะไรที่เราหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา เอาไปจำนำไว้ก่อน แค่จำนำก่อน เผื่อว่าวันหนึ่งเรามีโอกาสอาจจะไปไถ่มันกลับมาได้ แต่อย่างบ้าน รถ บ้านที่กรุงเทพมี 2 หลัง อันนั้นมันต้องขาย ไปจำนำแล้วมานั่งผ่อนเขา แล้วยังมีเป็นดอกอีกมันก็ไม่มีตังค์ที่จะผ่อน นอกจากจะไม่มีตังค์ผ่อนแล้วยังมีดอกงอกออกมาอีก"

 

        "สมบัติตอนนี้เหลือบ้านที่เชียงใหม่ที่เดียว รถคัน มอไซค์คัน จักรยานคัน คอมพิวเตอร์ชุดนึง (หัวเราะ) แล้ว ก็พวกของเล่นที่เคยเล่นๆ ไว้ ที่เคยสะสมไว้เครื่องบินบังคับ เรือบังคับ รถบังคับ ซึ่งถามว่าของพวกนี้จะขายกินเพื่อเลี้ยงชีวิตได้ไหม มันขายไม่ได้หรอก ก็เก็บไว้เล่น ทุกวันนี้ก็ยังเล่นอยู่" โอ กล่าว

       
 

โอ วรุฒ

โอ วรุฒ

 

โอ วรุฒ

โอ วรุฒ

 

โอ วรุฒ

โอ วรุฒ

 

โอ วรุฒ

โอ วรุฒ



TAGS บันเทิง ดารา

เนื้อหาแนะนำ