ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!

ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!

  ยังคงเป็นกระแสให้ติดตามกันได้ตลอดๆ สำหรับพระเอกหนุ่มไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล สรัญญา หลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าเคยคบกับ พระเอก K แต่พอมีข่าวขึ้นมากลับถูกพระเอกดังเทซะงั้น แถมยังมีไลน์หลุดออกมายืนยันความสัมพันธ์ให้ฝ่ายชายดิ้นไม่หลุดอีก ซึ่งทำให้ ชาคริต แย้มนาม ต้องยกเลิกงานกะทันหันโดยอ้างว่าคุณแม่ป่วย โดยในขณะเดียวกัน ด้าน ตาล สรัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวียอมรับว่าผู้ชายที่ตนกล่าวถึงนั้นคือ ชาคริต จริง ซึ่งฝ่ายชายทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มโนไปเอง และขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น

  หลังจากผ่านมาร่วมเดือนด้าน ชาคริต ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นดังกล่าว ยอมรับรู้จักกันจริงเพราะเจอกันตามงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงได้เข้ามาให้กำลังใจตน และตนก็ให้คำปรึกษาถามสารทุกข์สุกดิบกลับโดยไม่ได้ให้ความหวังอะไร ย้ำคุยแบบเพื่อนแบบน้องแค่เดือนเดียว ยันไม่ได้คบเพราะโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกกับภรรยา พร้อมกับอโหสิกรรมให้ในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจอกันอีก



  ล่าสุดวันนี้ (8ส.ค.60) ด้าน ตาล สรัญญา หรือ ตาล ลีโอเกิร์ล ได้เดินทางมาอัดรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ พร้อมกับเปิดใจทั้งน้ำตาย้ำชัดตนไม่ได้มโนไปเอง เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งข้อความ แชทไลน์ และคลิปเสียง แต่เหตุที่ออกมาพูดอีกครั้งเพื่อต้องการให้แง่คิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ รับตนได้ส่งข้อความขอบคุณเชิงประชดประชันและตัดพ้อไปหาฝ่ายชายจริง หลังได้ฟังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา แจงเหตุที่ตนโพตส์ข้อความ "พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยวะ" เพราะตอนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ที่คนมารุมด่าตน ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับฝ่ายชายเพราะไม่รู้จะติดต่อกันไปอีกทำไม และคงอโหสิกรรมกลับไปเช่นกัน ซึ่งคำว่า "อโหสิ" ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คำแรง แต่รู้สึกเหมือนกับเป็นการอภัยให้กันมากกว่า!!

  "จริงๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเราเองซะส่วนใหญ่ ไม่ได้พูดถึงใครมาก (ถ้าย้อนไปที่โพสต์ครั้งล่าสุดหมายถึงพี่เขาเป็นความรู้สึกอย่างไร?) เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่เราอ่านข่าวอ่ะค่ะ ก็เลยโพสต์ไปอย่างนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเสียใจนะคะ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี เราก็เลยโพสต์ไปแบบนั้น คือไม่คิดว่าพี่เขาจะใช้คำบางคำกับเราอย่างนี้ค่ะ ก็เลยรอให้ชัวร์ก่อน หลอนอ่ะค่ะ คำนี้รู้สึกแบบว่าหลอนอะไรเรา"

  "(ย้อนไปกลับถึงความสัมพันธ์กับชาคริต มันมากกว่าคำว่าพี่น้องหรือผู้ร่วมธุรกิจกันหรือเปล่า?) ถ้าเกิดในมุมของตาล ตาลคิดว่าก็พิเศษนะคะ สนิทในระดับหนึ่ง ใช้คำนี้ดีกว่า (ปรึกษาเรื่องธุรกิจ) เรื่องนี้ก็มีค่ะ ช่วงแรกๆ แล้วมีเรื่องอื่นทั่วๆ ไปด้วยในระยะเวลาที่คุยกันมา นอกจากธุรกิจก็เริ่มมีเรื่องส่วนตัวของเรา ชีวิตประจำวันของทุกๆ วัน ก็เรื่องทั่วไปด้วย มันก็มากกว่าคำว่าธุรกิจอยู่แล้ว"

  "(บางตอนเขาบอกว่าเราส่งสังฆทานไปแค่อนุโมทนาสาธุแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น?) อันนั้นเป็นรายละเอียดยิบย่อยในการคุยอยู่แล้ว บางทีก็มีบ้างที่พี่เขาบอกไปทำบุญเหมือนกัน เราก็อนุโมทนาบุญให้เหมือนกัน มันก็เป็นชีวิตประจำวันของหลายๆ วันที่ต่างคนต่างไปทำบุญอ่ะค่ะ (คำพูดไหนที่เรารู้สึกว่าเขารู้สึกดีกับเรามีความเป็นพิเศษต่อกัน?) ก็มีการเป็นห่วงเป็นใยกัน ถ้าจะให้ระบุคำพูดเลย ถ้าบางทีเดี๋ยวเราพูดผิดเพี้ยนไป ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ เจอกันบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็มีนะ ประมาณว่า เรามารู้จักกันก็อย่าหายไปจากชีวิตกันและกัน คือบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องบอกรักกันหรอก พูดอย่างนี้มันก็รู้สึกดีนะว่าอย่างน้อยไม่ว่าจะฐานะไหนก็อย่าเดินออกไปจากชีวิตกัน มันมาเจอเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องกันมันก็ดี ก็มีเยอะอ่ะค่ะ จริงๆ ก็สักพักนะคะ นอกจากจะมีเรื่องข่าวหรือภาพหลุดออกไปครั้งแรกเลยค่ะ แล้วก็ยังมีการทักทายกันอยู่บ้าง ยังไม่ได้เชิงแบบเลิกคุยเรื่องอื่นต่อกันไปเลย"

  "(ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าเราเกาะกระแส?) ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิมอยู่นะคะ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ได้มีใครติดต่อมาให้ไปเล่นหนังหรือเล่นละคร แถมรายได้ยังจะหดด้วย โพสต์ขายของอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ (แสดงว่ามันกระทบกับเรามาก?) จริงๆ มันก็ไม่ได้เชิงมากนะคะ แต่เราก็คิดว่าให้มันสักพักก่อนดีกว่า เพราะช่วงนั้นมันยังรุนแรงเหลือเกิน เวลาเราโพสต์อะไรก็มีคนมาว่า เลยคิดว่าไม่อยากให้มีเรื่องของงาน แต่ลูกค้าหรือออเดอร์ก็ยังปกติ"

  "(รู้สึกว่าเราพลาดไหมที่เป็นคนเริ่มเรื่องจากการโทรไปปรึกษาในรายการ?) ก็มีความรู้สึกนึดๆ นะคะ รู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มีเจตนา ตั้งใจจะให้คนอื่นเขารู้ว่าเป็นใคร แต่เราอาจะผิดเองที่อาจจะบอกข้อมูลเยอะไปหน่อย (ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่จบ?) จริงๆ ตัวเขาเองก็เหมือนจะไม่ได้พูดด้วยแหละค่ะ ว่าไม่คุยหรือไม่อะไร มันก็เลยเป็นอะไรที่ค้างคาใจเราด้วย ณ วันนี้เราก็ทราบแล้วแหละค่ะ ว่ามันคืออะไร (แสดงว่าตอนที่คุยกันก็ไม่ได้ตกลงว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน?) ตาลรู้สีกว่า พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มันไม่มีใครหรอกว่าคุยกันอย่างนี้แบบเราเป็นแฟนกันนะ แล้วคำพูดพวกนี้หนูไม่ได้ใช้มานานมากแล้วค่ะ มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะในฐานะไหน ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปบอกใคร คนรู้ก็แค่เพื่อนเราหรืออะไรอย่างนี้เฉยๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้พูด แล้วเราก็เป็นคนพูดกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องไปบอกใครรู้กันแค่นี้"

  "(รู้สึกยังไงพอเขาพูดว่า ผมถ่ายรูปกับใครคนนั้นต้องเป็นเมีย?) คำนี้หนูก็รู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ว่าหนูจะไปออกรายไหนหรือว่าพูดกับใคร หนูก็ยังไม่เคยใช้คำว่าหนูเป็นเมียพี่เขาเลยนะคะ ไม่ได้ระบุสถานะค่ะ หรือจะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ หนูฟังหนูก็คิดว่า หนูไม่ได้ออกตัวว่าหนูคบกับพี่เขาเป็นแฟนนะ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของพี่เขา ณ ตอนนั้น คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ (เห็นว่าซื้อหมอนให้ด้วย?) ก็เขาทำงานหนักใช้ชีวิตบนรถซะส่วนใหญ่ ก็ไปเจอหมอนเกี่ยวกับสุขภาพ มันดีอ่ะค่ะเราเลยนึกถึง แต่เราก็ซื้อให้พ่อเราแล้วก็ให้พี่เขาด้วย แต่เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทิ้งหรืออะไร"

  "(วันที่พาครอบครัวไปกินข้าวนี่คือ เพื่อจะเปิดตัวว่านี่เป็นคนที่เราคุยด้วย?) ก็ไม่ได้จะเปิดตัวนะคะ ไม่เชิงเปิดตัว เราเคยไปทานแล้ว แต่ไม่ได้มีครอบครัว คราวนี้เราก็รู้ว่าอาหารบ้านเขาอร่อย ก็ไปพูดกับน้องชายว่า เดี๋ยวไปกินข้าวร้านพี่เขากัน ก็เลยหาวันว่างไปกัน ไปกินข้าวที่ร้านพี่แล้วก็ ณ ตอนนั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ เขาก็ชอบดูซิทคอมของพี่เขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ดี๊ด๊าก็ไปทานปกติ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายตังค์เองด้วย ไม่ได้มีใครเลี้ยงเรา (แล้วเราแนะนำยังไง?) คือตัวพี่เขาเองทราบว่าเราจะไปทานข้าว มีการนัดกัน พอไปถึง พี่เขาก็เดินมาที่โต๊ะ ก็มีการนั่งคุยถ่ายรูป คุยกับคุณพ่อคุณแม่ (บอกไหมว่าพี่คนนี้พิเศษแค่ไหน?) ก็ไม่ได้แนะนำ ก็แค่บอกว่าอันนี้พ่อเรา อันนี้แม่เรา พี่เขาก็ให้มารยาทที่ดี ยกมือไหว้ ไม่ได้พูดชื่อเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ตาลเองก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟังเท่าไหร่ แต่ก็พอทราบว่าเรามีไปทานข้าวกัน รู้จักกัน (ณ วันนี้ที่บ้าน ถามไหมสรุปแล้ว วันนั้นคืออะไร?) ก็มีค่ะ ว่ามันอะไรค่ะ ใครมาด่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ พูดตรงๆ นะคะที่บ้านแทบไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะว่าเราก็โตแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องจัดการเอง ให้มันจบๆ ไป"

"(ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ค้างคาตอนนี้คือยังไง?) ไม่ค้างคานะคะ เคลียร์สุดๆ ค่ะตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอเรา (ตัวเราล่ะ เห็นบอกว่าส่งแมสเสจ?) ก็ขอบคุณเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์ของเขาว่า ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามได้ดีมากๆ เลย หนูซึ้งมากๆ เลยค่ะ กับการตอบคำถาม (ไม่ได้ประชดใช่ไหม?) ก็มีบ้างนะคะ ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่เราส่งไป (แล้วพี่เขาตอบกลับไหม?) ไม่ค่ะ ไม่ตอบ แต่เราก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้นะ (หลังจากนั้นเราก็โพสต์ว่า พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยว่ะ?) ก็มีคนใช้เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นนะคะ ตอนที่เราโพสต์ไปตอนนั้น มันเป็นความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้นว่าแบบคือคำบางคำที่เราได้ยิน พี่ไมตอบอย่างนี้วะ ก็เลยโพสต์ไป"

"(มีร้องไห้ในรายการ ที่มีคนมาด่า ด่าว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่นะคะ มีแว๊บๆบ้าง เราพอเดาออกอ่ะค่ะว่าเขาด่าเราว่าอะไรประมาณไหน แต่ตอนที่อยู่ในรายการอยู่ดีๆ มันก็ร้องออกมาเอง พอมันนึกถึง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ เราอยู่ดีๆ ของเราก็ดีอยู่แล้ว ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเรา ณ ตอนนั้น แล้วพอเรามารู้ว่า แบบนี้ก็เสียใจ (ถ้าย้อนเวลากลับไปอยากจะรู้จักกับเขาไหม?) จริงๆ ก็ได้นะคะ พี่เขาทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทุกมุมที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ แล้วก็ให้ข้อคิดเราเยอะ (แสดงว่ามีเพื่อนเตือนเยอะเรื่องของเขา?) เพื่อนก็ไม่ยุ่งนะคะ เพื่อนสนิทมีเจอเขาแค่คนเดียวเอง แต่พอมีข่าวเพื่อนก็ให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ไม่มีใครถามดีเทลลึกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่รู้จักเราที่พิมพ์ไปเยอะๆ"



  "(หลังจากนี้คือจะไม่ติดต่อแล้วเลย?) หนูไม่รู้จะติดต่อกันไปทำไม ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องถาม เขาบอกอโหสิกรรมให้เรากรรม คนอาจจะฟังว่ามันดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูรุนแรงเลย หนูก็คงอโหสิกรรมให้เขาเหมือนกัน คำว่าอโหสิกรรม คือการให้อภัยกันมากกว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำแบบไหนมา หนูก็ทำแบบนั้นกลับ (สุดท้ายสิ่งที่หนูพูดไปยืนยันว่าไม่ได้มโนหรือว่าคิดไปเอง?) ไม่ได้มโนค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองทุกๆ เรื่องที่ตาลพูดไป (มีหลักฐานชัดเจน?) มีทุกอย่างแต่ว่าไม่จำเป็นต้องเอามาบอกหรอกเนาะ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง"

  "(อยากบอกอะไรกับเขาไหม?) ก็ขอบคุณในทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ อย่างที่บอกพี่เขาก็สอน ณ ตอนที่เราคุยกัน สอนเรื่องธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้และการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป แค่นั้นไม่มีอะไรมาก (เห็นบอกว่าไม่อยากออกสื่อทำไมวันนี้ตัดสินใจมา?) เป็นที่เดียวที่มา เพราะว่ารู้สึกว่าวันนี้ที่มาพูด ไม่ได้มาพูดพาดพิงหรือพูดถึงใคร จะพูดในมุมของเราแล้วก็อาจจะเป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่แบบกำลังเจอแบบเราหรือโดนแบบเรา หรือไม่ต้องเจอต้องโดนอะไรก็ได้ ก็คือเป็นข้อคิด (กลัวมันไม่จบไหม?) คงไม่ยืดเยื้ออ่ะค่ะ เพราะว่าตาลก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว"

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ตาล สรัญญา
ตาล สรัญญา

 

ชาคริต แย้มนาม
ชาคริต แย้มนาม

 

ชาคริต ตาล
ชาคริต ตาล

 

ชาคริต ตาล
ชาคริต ตาล

 

 



TAGS บันเทิง ดารา

เนื้อหาแนะนำ